Bali 2009
Hong Kong 2010
Singapore 2010 (Universal Studios Singapore)
Nan-Chiangmai 2010
Chiangmai 2011
Japan 2011
Korea 2011

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

[#442] Yokoso Japan :: #4 เที่ยวโตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด

 

16-20 ต.ค. 2554
ปีที่ 8 ทริปที่ 100 ~Yokoso Japan


[ 442] Yokoso Japan 4 เที่ยว ตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด
[ 442] Yokoso Japan 4 เที่ยว ตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด

วันพุธ
19 ต.ค. 2554

Chiba - [Hotel] Wishton Hotel Yukari - Yukarigaoka - Tokyo - Nippori -
Harajuku - Meiji Jingu - Takeshita Dori - Omotesando - Kiddy Land - Shibuya - Ueno - Ameyoko -
Akihabara - Ginza - Ikebukuro - Sunshine City - Marugame Seimen Udon



สำหรับโปรแกรมทัวร์ที่เราจองไปนี้ เป็นโปรแกรมที่มีวัน Free Day (วันที่ 3 ของโปรแกรม) ที่ให้เราเที่ยวเอง 1 วัน
หลังจากที่จองทัวร์ไปแล้ว เราก็เลยต้องใช้เวลาในการเตรียมตัวเที่ยวเองในวันดังกล่าวกันด้วย

โดยทริปนี้ เรามีเวลาเตรียมตัวและวางแผนกันราว 2 สัปดาห์
ปัญหาแรกที่กังวลเลยก็หนีไม่พ้น
การเดินทางด้วยรถไฟประเภทต่างๆ ในเมืองโตเกียว
เพราะหลายๆ คนที่ไม่เคยไปญี่ปุ่น แค่เห็นแผนผังรถไฟและระบบขนส่งในโตเกียวแล้ว ก็ต้องกุมขมับอย่างแน่นอน
ดังนั้นเราจึงต้องใช้เวลาศึกษาเส้นทางและการเดินทางกันมากซะหน่อย
ถึงแม้ว่าหลายๆ คนจะบอกไว้ว่ามันไม่ยากอย่างที่คิดก็ตาม

และอย่างที่บอกว่าเป็นวัน Free Day ตอนแรกทางทัวร์เองก็โทรมาถามเหมือนกันว่า เราจะเพิ่มเงินแล้วไป Disneyland กับทัวร์หรือเปล่า
จะว่าไปเราเองก็อยากจะไปเที่ยว Disneyland อยู่เหมือนกันนะ
แต่ไปญี่ปุ่นครั้งแรก ก็เลยอยากใช้เวลาไปเดินเล่นดูบ้านเมืองของญี่ปุ่นด้วยตัวเองกันมากกว่า
ลังเลกันอยู่นานว่าจะเลือกอะไรดี แต่สุดท้ายก็มาลงตัวที่ การเที่ยวโตเกียวกันเอง
ดังนั้น เราก็เลยต้องรีบลงมือศึกษารายละเอียดของสถานที่ที่อยากไป แล้วก็วางแผนการเดินทางคร่าวๆ กัน

สำหรับตัวช่วยในการวางแผนการเดินทางของเราในครั้งนี้
นอกจากบรรดาหนังสือคู่มือท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่ซื้อเอาไว้มากมายหลากหลายเล่มแล้ว
เราก็ยังได้ตัวช่วยดีๆ อย่างเวปไซต์ 
www.hyperdia.com และ www.jorudan.co.jp/english

โดยทั้ง 2 เวปไซต์นี้ จะช่วยเราในเรื่องของการวางแผนเส้นทางการท่องเที่ยว
ไม่ว่าจะเป็นวิธีการเดินทาง การต่อรถไฟ ตารางเวลารถไฟ และค่าโดยสาร
ซึ่งนอกจะวางแผนการเดินทางให้เป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้นแล้ว ก็ยังช่วยคำนวนค่าใช้จ่ายคร่าวๆ ให้กับเราอีกด้วย

www.hyperdia.com
[ 442] Yokoso Japan 4 เที่ยว ตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด



www.jorudan.co.jp/english
[ 442] Yokoso Japan 4 เที่ยว ตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด



สำหรับวิธีการใช้งานของ 2 เวปไซต์ดังกล่าวแบบง่ายๆ ก็คือ
ก่อนอื่นเลยก็ต้องรู้ว่าสถานที่ที่เราไป จะต้องขึ้น-ลงจากสถานีไหน จากนั้นก็ใส่รายละเอียดชื่อสถานีต้นทางและปลายทางลงไป
ก็จะได้ผลลัพธ์ในการเดินทางออกมาให้เราเลือก

* รายละเอียดการเดินทางทั่วไปก็หาอ่านเอาได้จาก Guide Book ท่องเที่ยวต่างๆ *

ตัวอย่างการใช้งาน
จากโรงแรม Wishton Hotel Yukari เดินทางไปที่ฮาราจูกุ (Harajuku)
เราก็กรอกชื่อสถานีต้นทาง Yukarigaoka และปลายทาง Harajuku ลงไป
ถ้ามีวันที่และเวลาคร่าวๆ ก็กรอกลงไปเพิ่มก็ได้ จากนั้นก็คลิ๊ก Search
เราก็จะได้ผลลัพธ์ในการเดินทางออกมา จะกี่วิธี เดินทางด้วยอะไร แบบไหน ก็ดูจากเงื่อนไขได้เลย

อย่างเราเลือกให้แสดงผลลัพธ์ออกมา 5 วิธี แต่ดูแล้ววิธีการที่สะดวกและง่ายที่สุดก็คือ วิธีที่ 2 (Route 2) ตามนี้ คือ
ขึ้นรถไฟจากสถานี Yukarigaoka ในเวลา 07.00 น. โดยรถไฟ Keisei Line แบบ Limited Express
ใช้เวลาในการเดินทางถึงสถานี Nippori 53 นาที ค่าโดยสาร 580 เยน
จากนั้นให้เปลี่ยนไปขึ้น JR Yamanote Line เพื่อไปยังสถานี Harajuku ใช้เวลา 25 นาที ค่าโดยสาร 190 เยน

[ 442] Yokoso Japan 4 เที่ยว ตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด



ใครที่อยากไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ก็ไปลองใช้กันดูนะคะ
แรกๆ ที่เริ่มใช้อาจจะงงๆ แต่ลองใช้ไปซักระยะหนึ่ง ก็จะพอเข้าใจได้ไม่ยากค่ะ

สำหรับเรา พอจองทัวร์ไปแล้ว แต่ยังไม่ได้รับข้อมูลเรื่องโรงแรมที่พักจากทางบริษัททัวร์
เราก็เลยลองดูรายละเอียดของโรงแรมที่พักจากโปรแกรมทัวร์ของกรุ๊ปก่อนๆ ที่ผ่านมา แล้วก็ลองหาวิธีการเดินทางคร่าวๆ กันก่อน
จนออกมาเป็นผลลัพท์แบบด้านบน แล้วก็โชคดีที่ได้พักในโรงแรมที่ทำแผนการเดินทางไว้พอดี
ก็เลยสบายใจหายห่วงไปได้เปราะหนึ่ง ยังไงไปติดตามดูทริปการเดินทางของเราในวันนี้ดีกว่า
ว่าจะเป็นไปตามแผน นอกแผน จะยาก ง่าย หรือว่าเดินงงหลงทางกันหรือเปล่า



[ 442] Yokoso Japan 4 เที่ยว ตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด [ 442] Yokoso Japan 4 เที่ยว ตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด [ 442] Yokoso Japan 4 เที่ยว ตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด
สถานีต้นทาง Yukarigaoka
@ Yukarigaoka @

Wishton Hotel Yukari โรงแรมที่พักของเรา ตั้งอยู่ที่เมืองชิบะ (Chiba) ห่างจากโตเกียวประมาณ 70 กม.
ใช้เวลาเดินทางด้วยรถไฟ Keisei Line แบบ Limited Express เพื่อเข้าสู่เมืองโตเกียวราว 1 ชม.
(เวลาเลือกขบวนรถไฟ ให้เลือกแบบ Limited Express หรือ Rapid จะดีกว่า
เพราะว่ารถไฟที่เป็นขบวน Local จะจอดทุกสถานี และทำให้เสียเวลาในเดินทางนานโดยไม่จำเป็น)

จากข้อมูลข้างต้น ทำให้วันนี้เราเลือกที่จะตื่นเช้ากว่าปกติกันซะหน่อย คือ ตื่นกันตั้งแต่เวลา 05.45 น.
จากนั้นก็อาบน้ำ แต่งตัว แล้วก็เดินทางออกจากโรงแรม

พอลงลิฟท์มาถึงชั้น Lobby ก็เดินออกทางประตูโรงแรมที่อยู่ติดกับบริเวณ Reception
พ้นจากประตูโรงแรม เราก็ถึงตัวสถานีรถไฟ Yukarigaoka
เรียกว่าไม่ต้องเสียเวลาในการเดิน เพราะตัวสถานีกับโรงแรมอยู่ติดกันเลยทีเดียว

-:- บรรยากาศบริเวณสถานีรถไฟ Yukarigaoka ในเวลาราว 6 โมงเศษๆ ยังไม่ค่อยมีคนซักเท่าไหร่ -:-
[ 442] Yokoso Japan 4 เที่ยว ตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด



ถึงสถานีแล้วก็ต้องซื้อตั๋วรถไฟเข้าเมืองกันซะก่อน
เมื่อคืนมา survey กันแล้วรอบนึง เช้านี้เลยไม่ต้องเสียเวลาทำความเข้าใจมากนัก
โดยในวันนี้ เราจะเดินทางเข้าเมืองกันด้วยรถไฟ Keisei Line ตาม Route ที่ได้หาข้อมูลไว้ล่วงหน้ากัน

ก่อนอื่นต้องซื้อตั๋วกันก่อน ตู้ขายตั๋วเป็นแบบอัตโนมัติ ใช้ง่ายๆ โดยการกดเปลี่ยนภาษาจากญี่ปุ่นเป็นอังกฤษ
จากนั้นก็กดรายละเอียดจำนวนเงิน(ดูราคาได้จากแผนผังที่อยู่ด้านบนตู้) และจำนวนผู้โดยสาร
ในที่นี่คือ จำนวนเงิน 580 เยน(ต่อคน) จำนวน 2 คน รวมเป็นเงิน 1,160 เยน โดยจะใส่เป็นธนบัตรหรือเหรียญก็ได้ แล้วแต่สะดวก

* ถ้าไม่แน่ใจว่าจะต้องจ่ายค่าตั๋วเท่าไหร่ ก็ให้เลือกราคาต่ำที่สุดก่อนก็ได้ แล้วค่อยไป adjust ราคาที่ปลายทาง *

[ 442] Yokoso Japan 4 เที่ยว ตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด



เรียบร้อยแล้ว เราก็จะได้ตั๋วโดยสารมาอยู่ในมือ

[ 442] Yokoso Japan 4 เที่ยว ตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด



ส่วนการเข้าสู่ด้านในของสถานี ก็แค่สอดตั๋วเข้าเครื่อง โดยจะสอดทางไหนเข้าไปก็ได้ เครื่องมันอ่านได้หมด
จากนั้นก็รับตั๋วคืน แล้วก็เดินผ่านเข้าไป เข้าไปแล้ว ก็ดูป้ายว่าเราจะไปที่ไหน
อย่างของเราก็ดูป้ายบอกทางไปที่ Nippori/Ueno/Tokyo จากนั้นก็เดินตามป้ายบอกทางไปรอรถไฟที่ชานชาลาที่ว่า
(ง่ายๆ เหมือนกับวิธีขึ้นรถไฟฟ้า BTS ของบ้านเรา ว่าจะไปอ่อนนุชหรือหมอชิตนั่นเอง)

ถึงชานชาลาก็เข้าไปยืนตรงจุดที่เป็นรูปลูกศร
ข้อควรจำ คือ คนญี่ปุ่นจะเข้าแถวรอกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่มีการแซงคิว
และต้องรอให้คนเดินออกจากขบวนจนหมดซะก่อน จึงจะเดินเข้าไปได้

และระหว่างที่รอ เราก็สามารถดูจากป้ายบริเวณสถานีได้ว่ารถไฟขบวนถัดไปจะมาถึงในอีกกี่นาที

-:- บริเวณชานชาลาของสถานีรถไฟ Yukarigaoka ยามเช้า -:-
[ 442] Yokoso Japan 4 เที่ยว ตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด



[ 442] Yokoso Japan 4 เที่ยว ตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด [ 442] Yokoso Japan 4 เที่ยว ตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด [ 442] Yokoso Japan 4 เที่ยว ตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด
เปลี่ยนรถไฟที่สถานี Nippori
@ Nippori @

เช้านี้ถือว่าเราโชคดีมากๆ ที่รถไฟขบวนที่มาถึงในเวลาราว 06.40 น. ก็เป็นขบวนแบบ Limited Express
พอขึ้นรถได้แล้ว ก็ใช้เวลาในการเดินทางแค่ประมาณ 1 ชม. เราก็มาถึงสถานี Nippori

กระซิบหน่อยว่าปกติช่วงเวลา 07.00-09.00 น. จะเป็นเวลาที่คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่เดินทางไปทำงาน
ดังนั้นช่วงนี้จึงจะมีผู้โดยสารขึ้นรถไฟกันมาก ถ้าไม่อยากเบียดเสียดหรือต้องยืนอยู่บนรถไฟแบบเราก็เลี่ยงเดินทางเวลานี้แล้วกันนะจ๊ะ
แต่สำหรับเรา เลือกมาเวลาแบบนี้ เพราะอยากมาเห็นบรรยากาศและภาพที่ต้องมี พนง. ช่วยกันดันผู้โดยสารเข้าไปในขบวนรถไฟ
แต่จนแล้วจนรอด ก็ยังไม่ได้เจอภาพที่ว่าเลย เสียดายจริงๆ

-:- ออกจากโรงแรมแต่เช้าแล้ว แต่ก็ยังต้องยืนไปตลอดเส้นทาง -:-
[ 442] Yokoso Japan 4 เที่ยว ตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด



อย่างที่บอกว่า พอใช้เวปไซต์ที่ว่า เราก็เลยรู้ว่าจะต้องมาเปลี่ยนขบวนรถไฟกันที่สถานีนี้
พอถึงสถานี ลงจากรถไฟมาแล้ว เราก็เดินไปตามป้าย ถึงด้านบนแล้วก็ยืน งง!!! หันซ้ายหันขวากันซักพัก
ก่อนจะเจอป้าย Connecting to JR ด้วยความดีใจเราก็เลยรีบเดินเอาตั๋วเข้าไปเสียบ

แต่ปรากฎว่าเสียบแล้ว เราดันออกจากสถานีไม่ได้ ลองอยู่ 2 ครั้ง ก็เลยต้องเดินไปถาม จนท.
ถึงได้เข้าใจว่า ถ้าจะเข้าไปได้ เราจะต้องเอาตั๋วไป adjust ราคาที่เคาเตอร์บริเวณสถานีซะก่อน
พอเดินไปถึงเคาเตอร์ จนท. ก็ถามเราว่าจะไปลงที่ไหน ก่อนจะบอกจำนวนเงินที่ต้องจ่ายเพิ่ม

เราก็เลยถามต่อไปว่า ถ้าเราต้องการเป็นตั๋วแบบ One Day Pass จะได้หรือเปล่า
ทาง พนง. ก็เลยบอกว่า ถ้าเราจะซื้อเป็นตั๋วแบบนั้น เราจะต้องออกจากตัวสถานีแล้วไปซื้อที่ JR Office
เราก็เลยต้องเอาตั๋วเดิมคืน แล้วก็ออกจากสถานีกันซะก่อน จากนั้นจึงเดินไปซื้อตั๋วที่เคาเตอร์ตามที่ จนท. แนะนำ

โดยตั๋วแบบ One Day Pass ที่เราซื้อในวันนี้เป็นแบบ JR 1-day Tokyo Rail Pass
หรือ Tokunai Pass ราคา 730 เยน ซึ่งจะสามารถใช้ขึ้นรถไฟของ JR ได้ทุกสายที่วิ่งภายในโตเกียว
โดยเฉพาะ JR Yamanote Line สายสีเขียว ที่วิ่งวนเป็นวงกลมรอบเมือง สายเดียวก็คุ้มแล้ว

สำหรับเหตุผลที่เราซื้อตั๋วแบบนี้ก็เพราะว่า วันนี้เราตั้งใจไปกันหลายที่
คำนวนค่าตั๋วรถไฟที่เริ่มต้นที่ราคา 160 เยนต่อเที่ยว รวมทั้งเผื่อขึ้นแล้วหลงทาง ก็ดูท่าว่าจะคุ้มแล้ว ก็เลยซื้อ
ส่วนใครที่ไปแค่ไม่กี่ที่ คำนวนแล้วไม่คุ้ม ก็ซื้อเป็นเที่ยวๆ ไปก็ได้จ้ะ

[ 442] Yokoso Japan 4 เที่ยว ตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด



ได้ตั๋วรถไฟแล้ว ก็เดินตามป้าย JR สีเขียวๆ ไป
เพราะว่าจุดหมายแรกของเราในวันนี้ สามารถเดินทางไปได้สะดวกด้วยรถไฟ JR Yamanote Line นี่เลย

[ 442] Yokoso Japan 4 เที่ยว ตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด



วิธีการเข้าไปด้านในสถานีก็เหมือนเดิม สอดบัตร รับบัตรคืน แล้วก็เดินผ่านเข้าไป

[ 442] Yokoso Japan 4 เที่ยว ตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด



ส่วนที่ว่าจะลงไปรอที่ชานชาลาด้านไหน ดูตามป้ายบอกทางเหมือนเดิม
แต่จะว่าไปสำหรับ JR Yamanote Line นี้ จะวิ่งวนเป็นวงกลมรอบโตเกียวอยู่แล้ว ถ้าขึ้นสายนี้ยังไงก็ไม่หลง
แต่แค่จะถึงปลายทางเร็วหรือช้าเท่านั้น

-:- รอรถไฟบริเวณชานชาลาสถานี Nippori -:-
[ 442] Yokoso Japan 4 เที่ยว ตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด



[ 442] Yokoso Japan 4 เที่ยว ตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด [ 442] Yokoso Japan 4 เที่ยว ตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด [ 442] Yokoso Japan 4 เที่ยว ตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด
ฮาราจูกุ แหล่งแฟชั่นหลุดโลกของวัยทีน
@ Harajuku @

การเดินทางไป Harajuku
- JR สาย Yamanote ลงสถานี JR Harajuku
- Subway สาย Chiyoda ลงสถานี Meiji Jungumae

.
.

ใช้เวลาราว 25 นาที เราก็มาถึงสถานีปลายทางฮาราจูกุ (Harajuku) ซึ่งเป็นแหล่งแฟชั่นหลุดโลก
อย่าง Cosplay ที่เราเคยเห็นตามรายการทีวีบ้านเรา

-:- บรรยากาศที่สถานีฮาราจูกุยามเช้าเริ่มคึกคัก -:-
[ 442] Yokoso Japan 4 เที่ยว ตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด



แต่จุดหมายแรกของเรา ไม่ใช่ถนนสายแฟชั่นที่ว่าแต่เป็น ศาลเจ้าเมจิ (Meiji Jingu)
ซึ่งเป็นศาลเจ้าในศาสนาชินโต สร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1920 เพื่ออุทิศให้กับจักรพรรดิเมจิ และจักรพรรดินีโซเคน
(ผู้ย้ายเมืองหลวงจากเกียวโตมาที่เมืองเอโดะหรือโตเกียวในปัจจุบัน)

จากสถานี Harajuku ที่มีแต่ความวุ่นวายเมื่อตะกี๊นี้
ไม่น่าเชื่อว่าเดินมาอีกแค่ไม่กี่ร้อยเมตร เราจะมาเจอกับภาพของความสงบและป่าเขียวชอุ่มแบบนี้

เดินมาถึงด้านหน้าศาลเจ้าเมจิ เราก็จะเจอกับประตูทางเข้าศาลเจ้า หรือ โทริอิ (Torii)
ที่ทำจากไม้ขนาดมหึมา สูงตระหง่านอยู่ด้านหน้า
ซึ่งถ้าสังเกตุดีๆ เราก็จะเห็น ดอกเบญจมาศ หรือดอกคิขุ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของตราแผ่นดินญี่ปุ่นอยู่ด้วย
ศาลเจ้าเมจิจึงถือว่าเป็นศาลเจ้าประจำโตเกียว ถ้ามีโอกาสจึงควรมาสักการะให้ได้ซักครั้ง

[ 442] Yokoso Japan 4 เที่ยว ตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด



เดินผ่านโทริอิ (Torii) เข้ามาด้านใน
ตลอดทางเดินทางประมาณ 1 กม. เราก็จะเห็นแต่ภาพต้นไม้เขียวขจีแบบนี้
ไม่น่าเชื่อว่าบริเวณของศาลเจ้าเมจิที่มีพื้นที่ราว 700,000 ตร.ม. จะมีต้นไม้กว่า 170,000 ต้น
ต้องยอมรับจริงๆ ว่าคนญี่ปุ่นเป็นชนชาติที่รักและอนุรักษ์ธรรมชาติจริงๆ

[ 442] Yokoso Japan 4 เที่ยว ตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด



ร่มรื่นระหว่างทางเดิน

[ 442] Yokoso Japan 4 เที่ยว ตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด

[ 442] Yokoso Japan 4 เที่ยว ตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด



เดินกันมาเรื่อยๆ ซักพักก็เจอกับ ถังหมักเหล้าสาเก
ซึ่งถือเป็นเครื่องดื่มอันโปรดปรานของเทพเจ้า และจะมีในทุกศาลเจ้า
บนถังแต่ละใบก็จะมีลวดลายสวยงามแตกต่างกันไป

[ 442] Yokoso Japan 4 เที่ยว ตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด



เดินกันเรื่อยๆ จนถึงศาลเจ้า

[ 442] Yokoso Japan 4 เที่ยว ตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด



ก่อนเข้าไปด้านในศาลเจ้าก็จะต้องชำระล้างร่างกายและจิตใจ
ในบริเวณซุ้มด้านหน้าศาลเจ้าที่เรียกว่า Temizuya กันก่อนเหมือนเดิม
(ใครจำวิธีไม่ได้ เปิดกลับไปอ่านที่ตอนที่ 2 นะคะ)

[ 442] Yokoso Japan 4 เที่ยว ตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด



น้ำใส ไหลริน

[ 442] Yokoso Japan 4 เที่ยว ตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด



และเย็นเฉียบ

[ 442] Yokoso Japan 4 เที่ยว ตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด



ชำระล้างร่างกายและจิตใจเรียบร้อยแล้ว
ก็เดินผ่านเสาโทริอิด้านหน้าศาลเจ้าเพื่อเข้าไปด้านใน

[ 442] Yokoso Japan 4 เที่ยว ตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด

[ 442] Yokoso Japan 4 เที่ยว ตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด



มองผ่านประตูออกไปทางที่เดินเข้ามา

[ 442] Yokoso Japan 4 เที่ยว ตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด



อาคารด้านหลังที่เห็น คือ ศาลเจ้าเมจิ (Main Shine Building) ที่เป็นจุดขอพร
แต่เนื่องจากทางศาลเจ้าไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปใกล้ๆ ได้ เราเลยต้องถ่ายจากจุดไกลๆ แบบนี้เท่านั้น

[ 442] Yokoso Japan 4 เที่ยว ตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด



เดินขึ้นไปโยนเหรียญขอพรกันตามธรรมเนียม
เสร็จแล้วก็เดินกลับลงมา ก่อนจะไปเดินชมบรรยากาศรอบๆ กันอีกครั้ง

[ 442] Yokoso Japan 4 เที่ยว ตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด

[ 442] Yokoso Japan 4 เที่ยว ตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด



แผ่นป้ายขอพร หลากหลายภาษา สนนราคาแผ่นละ 500 เยน
(ที่ศาลเจ้าแห่งนี้ไม่มี จนท. ของวัดอยู่ที่บริเวณขายแผ่นป้ายขอพร แต่จะมีตู้ให้หยอดเหรียญ
เรียกว่าอาศัยความซื่อสัตย์ล้วนๆ)

[ 442] Yokoso Japan 4 เที่ยว ตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด

[ 442] Yokoso Japan 4 เที่ยว ตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด



บรรยากาศบริเวณศาลเจ้า
เงียบ สงบ ร่มรื่น และสะอาดมากๆ

[ 442] Yokoso Japan 4 เที่ยว ตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด

[ 442] Yokoso Japan 4 เที่ยว ตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด

[ 442] Yokoso Japan 4 เที่ยว ตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด



จริงๆ ถ้ามาช่วงสายๆ กว่านี้ เราอาจจะได้เห็นภาพการแต่งงานของคนญี่ปุ่นแบบโบราณก็ได้
แต่มาเวลานี้ ก็เลยได้แต่ภาพและบรรยากาศที่เงียบสงบกลับไปแทน

[ 442] Yokoso Japan 4 เที่ยว ตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด



เดินดูบรรยากาศกันพักใหญ่ๆ ก็ได้เวลาเดินทางกันต่อ

[ 442] Yokoso Japan 4 เที่ยว ตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด



ระหว่างเดินกลับ เช้าๆ แบบนี้อากาศเย็นมากเลยทีเดียว
ยิ่งอยู่ท่ามกลางต้นไม้เขียวชอุ่มแบบนี้แล้ว อากาศก็เลยยิ่งเย็นมากขึ้นไปอีก

[ 442] Yokoso Japan 4 เที่ยว ตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด



เดินผ่านเสาโทริอิออกมาจากศาลเจ้า

[ 442] Yokoso Japan 4 เที่ยว ตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด



แล้วก็เดินย้อนกลับมาทางสถานี Harajuku กันอีกครั้ง

[ 442] Yokoso Japan 4 เที่ยว ตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด



แวะถ่ายรูปอาคารแบบคลาสสิคของสถานี Harajuku กันซะหน่อย

[ 442] Yokoso Japan 4 เที่ยว ตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด



ก่อนจะเดินข้ามถนนและเดินไปตามทาง เพื่อมุ่งหน้าไปยัง ถนนทาเคชิตะ (Takeshita Dori)
ถนนเล็กๆ หน้าสถานีฮาราจูกุ ที่เป็นแหล่งรวมร้านค้า และร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด
ตอนที่มาถึงที่นี่ยังเป็นเวลาเช้าไปซะหน่อย ร้านค้าส่วนใหญ่ที่ปกติจะเปิดราว 10 โมงก็เลยยังไม่เปิด
ผู้คน รวมถึงนักท่องเที่ยว ก็เลยยังดูบางตา

[ 442] Yokoso Japan 4 เที่ยว ตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด



สำหรับนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่มาเยือนถนนทาเคชิตะแห่งนี้
ก็มักจะมาเพราะอยากมาเห็นเหล่าบรรดาวัยรุ่นในชุดคอสเพลย์แบบที่เคยเห็นในรายการทีวี
ซึ่งปกติวัยรุ่นเหล่านั้นจะมารวมตัวกันที่นี่ในช่วงวันอาทิตย์
ทำให้วันนี้เราไม่ได้เห็นภาพเหล่านั้นมากซักเท่าไหร่ จะได้เห็นประปรายบ้างก็ระหว่างทาง แต่ก็เก็บภาพไม่ทัน

[ 442] Yokoso Japan 4 เที่ยว ตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด



จากต้นถนนทาเคชิตะ เราก็เดินตามทางกันไปเรื่อยๆ

[ 442] Yokoso Japan 4 เที่ยว ตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด



ระหว่างทาง เราก็ได้เห็นภาพศิลปะสีสันจัดจ้านแบบนี้ตามประตูหน้าร้านค้าต่างๆ ด้วย

[ 442] Yokoso Japan 4 เที่ยว ตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด



ซักพักเห็นว่าร้านค้าและร้านอาหารส่วนใหญ่ยังไม่เปิด
ประกอบกับพ่อตัวดีเริ่มอารมณ์เสียเพราะหิว เพราะว่าเมื่อเช้าเราออกจากโรงแรมกันแต่เช้า ยังไม่ทันได้ทานอะไร
เราก็เลยต้องแวะทานอาหารเช้ากันที่ ร้านแม็คโดนัลด์ (McDonald's) กันซะก่อน

เข้าไปยืนดูและถาม พนง. ถึงได้รู้ว่าที่ญี่ปุ่นมีแต่ เมนูเบอร์เกอร์หมู แต่ไม่มีเนื้อวัวแบบเมืองไทย
แต่เบอร์เกอร์หมูของเค้าเนื้อนุ่ม อร่อยมากๆ แถมยังมีชีส ไข่ดาว แล้วก็เบคอนเพิ่มความอร่อยอีกต่างหาก

[ 442] Yokoso Japan 4 เที่ยว ตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด



อิ่มแล้วเดินดูบรรยากาศกันต่อ
10 โมงนิดๆ แล้ว ร้านค้าเริ่มเปิด บรรยากาศค่อยคึกคักขึ้นมาหน่อย
เสียดายที่ร้านเครปยังไม่เปิด เลยอดชิมเครปของขึ้นหน้าขึ้นตาของถนนทาเคชิตะกันเลย

[ 442] Yokoso Japan 4 เที่ยว ตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด

[ 442] Yokoso Japan 4 เที่ยว ตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด

[ 442] Yokoso Japan 4 เที่ยว ตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด



แฟชั่นถุงใส่หน้าท้องเพื่อความอุ่นแบบน่ารักๆ

[ 442] Yokoso Japan 4 เที่ยว ตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด



ป้ายน่ารักๆ

[ 442] Yokoso Japan 4 เที่ยว ตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด



เดินจนสุดถนนก็เลี้ยวขวาไปตามทาง เพื่อไปยัง ถนนโอโมเตะซานโดะ (Omote-sando)
ที่เป็นถนนสายแบรนด์เนม หรือชองเซลิเซ่โตเกียว

[ 442] Yokoso Japan 4 เที่ยว ตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด



Windows Shopping ตามทางกันไปเรื่อย
จุดหมายคือ Kiddy Land ซึ่งเป็นร้านดังที่ขายของเล่น ของสะสม และสินค้าจากการ์ตูน
(เวลาเปิดร้าน 11.00-20.00 น.)

โดยในย่าน Harajuku นี้จะมีสาขาที่นักท่องเที่ยวรู้จักกันดีอยู่บนถนน Omote-sando แต่ตอนนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุง
เราเลยต้องเดินไปอีกสาขาที่อยู่บนถนน Cat Street ที่อยู่ใกล้ๆ กัน

-:- หน้าร้าน Kiddy Land บนถนน Cat Street -:-
[ 442] Yokoso Japan 4 เที่ยว ตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด



ภายในร้าน มีแต่สินค้าน่ารักๆ เห็นแล้วก็อยากได้ไปซะหมด
(ทางร้านอนุญาตให้ถ่ายรูปสินค้าภายในร้านได้จ้ะ)

[ 442] Yokoso Japan 4 เที่ยว ตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด



ภายในร้าน Kiddy Land มีทั้ง
หมด 3 ชั้น
โดยชั้นล่างเป็นสินค้าใหม่ๆ หรือสินค้าประจำฤดูกาล ส่วนชั้นที่ 2 จะเป็นของเล่นและของสะสม
ส่วนชั้นที่ 3 ก็เป็นชั้นของสาวก Kitty และ Snoopy จ้ะ

[ 442] Yokoso Japan 4 เที่ยว ตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด



ใช้เวลาเดินดูของน่ารักๆ จนครบ 3 ชั้นแล้ว ก็ได้เวลาไปกันต่อ
จากฮาราจูกุ (Harajuku) เราเดินไปตามถนนเมจิ (Meiji Dori) เพื่อตรงไปยังชิบูย่า (Shibuya) กันต่อ
รูปเยอะ เรื่องยาวแล้ว ไว้ติดตามกันต่อในตอนต่อไปนะคะ

>> to be continued <<

.
.

n o t e

ต้องบอกว่าด้วยความที่เรามีเวลาเที่ยวในเมืองโตเกียวเพียงแค่ 1 วันเต็มๆ
ดังนั้นตอนวางแผนเราจึงต้องเลือกลำดับสถานที่ที่อยากไปจากมากที่สุดไปน้อยที่สุด

ทำให้เมื่อวางแผนแล้ว เราก็เลยเลือกเดินทางจากโรงแรมไปที่ศาลเจ้าเป็นที่แรก
ซึ่งเวลาที่ไปถึงก็ยังถือว่าเช้ามากๆ และพอออกศาลเจ้าแล้ว ก็ต้องเดินมาเที่ยวชมย่านฮาราจูกุกันต่อ
ซึ่งเวลาที่ไปถึง ก็ยังถือว่าเป็นเวลาที่เร็วไปสำหรับย่านนี้ (ควรไปถึงช่วงสายๆ ถึงเย็น)

ครั้นไปเที่ยวที่อื่นก่อน แล้วค่อยย้อนกลับมาที่ฮาราจูกุอีกครั้งก็ดูจะเสียเวลา
ทำให้ในทริปนี้เราต้องพลาดอะไรไปหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นภาพประเพณีงานแต่งงานแบบโบราณที่ศาลเจ้าเมจิ
หรือจะเป็นภาพเหล่าวัยรุ่นญี่ปุ่นในชุดคอสเพลย์ รวมถึงพลาดไม่ได้ไปลองชิมราเมงชื่อดังที่ร้าน Kyushu Jangara Ramen
ซึ่งเป็นร้านราเมงชื่อดังจากคิวชู (ที่ร้านนี้มีเมนูภาษาไทยบริการด้วย)

แต่ก็ถือว่าพลาดเพื่อแลกกับการที่เราจะได้ไปเห็นอะไรอีกหลายๆ อย่างภายในเมืองโตเกียวเช่นกัน
ส่วนที่พลาดก็คงต้องเอาเก็บตกไว้ทริปต่อไป

     Share

<< [#441] Yokoso Japan :: #3 Asakusa Kannon Temple - Imperial Palace - Shinjuku[#443] Yokoso Japan :: #5 เที่ยวโตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด (ตอนจบ) >>

Posted on Wed 23 Nov 2011 10:43

 

 

 

[#447] เขาใหญ่ ~อากาศดีๆ กับอาหารอร่อยๆ
[#446] Winter in Korea :: #3 ลานสกี & ช้อปปิ้ง
[#445] Winter in Korea :: #2 ป้อม .. วัด .. & สวนสนุก
[#444] Winter in Korea :: #1 เหตุเกิดจาก SMS
[#443] Yokoso Japan :: #5 เที่ยวโตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด (ตอนจบ)
[#442] Yokoso Japan :: #4 เที่ยวโตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด
[#441] Yokoso Japan :: #3 Asakusa Kannon Temple - Imperial Palace - Shinjuku
[#440] Yokoso Japan :: #2 Mt. Fuji 5th Station - Tokyo
[#439] Yokoso Japan :: #1 Yokohama - Hakone - Owakudani - Gotemba Outlet
[#438] The Cinnamon Art Resort and Spa @Koh Mak, Trad
[#437] ข้าวหน้าเนื้อต้นตำรับสุดอร่อย @โยชิโนยะ (Yoshinoya) Central Lardprao


Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 

น่าไปที่ซู้ด คุณตุ๊ก
จจ   
Sat 19 Nov 2011 13:27 [1]

 

 

Theme by : tarn & youhowto