Bali 2009
Hong Kong 2010
Singapore 2010 (Universal Studios Singapore)
Nan-Chiangmai 2010
Chiangmai 2011
Japan 2011
Korea 2011

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

[#441] Yokoso Japan :: #3 Asakusa Kannon Temple - Imperial Palace - Shinjuku

 

16-20 ต.ค. 2554
ปีที่ 8 ทริปที่ 100 ~Yokoso Japan


[ 441] Yokoso Japan 3 Asakusa Kannon Temple Imperial Palace Shinjuku
[ 441] Yokoso Japan 3 Asakusa Kannon Temple Imperial Palace Shinjuku

วันอังคาร
18 ต.ค. 2554

[Hotel] Jiragonno Fuji No Yakata - Mt. Fuji 5th Station -
Tokyo - Asakusa Kannon Temple (Sensoji Temple) - Imperial Palace -
Shinjuku - [Hotel] Wishton Hotel Yukari




[ 441] Yokoso Japan 3 Asakusa Kannon Temple Imperial Palace Shinjuku [ 441] Yokoso Japan 3 Asakusa Kannon Temple Imperial Palace Shinjuku [ 441] Yokoso Japan 3 Asakusa Kannon Temple Imperial Palace Shinjuku
วัดอาซากุสะ (วัดเซ็นโซจิ)
@ Asakusa Kannon Temple (Sensoji Temple) @


วัดเซ็นโซจิ หรือที่นักท่องเที่ยวรู้จักกันดีในชื่อของวัดอาซากุสะ
(ที่เรียกว่าวัดอาซากุสะ ก็เนื่องมาจากตั้งอยู่ในย่านอาซากุสะนั่นเอง)
วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่คู่กับกรุงโตเกียวมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 1171 และยังเป็นที่ประดิษฐานเจ้าแม่กวนอิมองค์เล็กขนาด 5 นิ้ว

.
.

จากร้านเนื้อย่าง เราใช้เวลาเดินมาที่วัดประมาณ 5 นาทีก็ถึง
แต่ประตูที่เราเดินมาจะเข้ามาจะถึงด้านในวัดก่อน ไม่ใช่ประตูด้านหน้าวัดอย่างที่ปกตินักท่องเที่ยวเข้ามากัน

บรรยากาศภายในวัด

[ 441] Yokoso Japan 3 Asakusa Kannon Temple Imperial Palace Shinjuku



คราคร่ำไปด้วยผู้คนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยว หรือแม้แต่คนญี่ปุ่นเอง

[ 441] Yokoso Japan 3 Asakusa Kannon Temple Imperial Palace Shinjuku



ไม่ลืมถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก

[ 441] Yokoso Japan 3 Asakusa Kannon Temple Imperial Palace Shinjuku



วันนี้เหมือนที่วัดจะมีงานอะไรซักอย่าง
แต่มัวแต่เพลิดเพลินกับการดูบรรยากาศ เลยลืมถามไกด์ไปเลยว่าที่วัดมีงานอะไร

[ 441] Yokoso Japan 3 Asakusa Kannon Temple Imperial Palace Shinjuku



ตรงจุดที่จัดงาน มีหญิงสาวสวมชุดกิโมโนมาขายอะไรซักอย่าง
ไม่แน่ใจว่าเป็นเครื่องรางของขลังหรือเปล่า

[ 441] Yokoso Japan 3 Asakusa Kannon Temple Imperial Palace Shinjuku



สอดส่ายสายตาดูบรรยากาศกันไปเรื่อย ก่อนที่ไกด์จะพาเราเดินไปไหว้พระกันซะก่อน
แต่ก่อนจะไหว้พระขอพร ก็ต้องชำระล้างร่างกายและจิตใจกันก่อนเหมือนเดิม

[ 441] Yokoso Japan 3 Asakusa Kannon Temple Imperial Palace Shinjuku



จากนั้นก็เดินไปซื้อ ธูป (ราคาแพ็คละ 100 เยน)
โดยธูปของญี่ปุ่นจะเป็นสีเขียว พันด้วยกระดาษสีขาว ก้านสั้น และมีกลิ่นหอม

[ 441] Yokoso Japan 3 Asakusa Kannon Temple Imperial Palace Shinjuku



ได้ธูปมาแล้วก็เอาไปจุดที่เตา
แปลกดี ... ไม่เคยเห็นเตาแบบนี้มาก่อนเลยนะเนี่ย

[ 441] Yokoso Japan 3 Asakusa Kannon Temple Imperial Palace Shinjuku



จุดธูปแล้วก็เดินมามาขอพร ก่อนจะเอาธูปมาปักไว้ที่กระถางธูป

[ 441] Yokoso Japan 3 Asakusa Kannon Temple Imperial Palace Shinjuku



จากนั้นก็ให้โบกควันธูปในกระถางเข้าหาตัว โดยมีความเชื่อว่า ถ้าอยากให้ส่วนไหนดีก็ปัดธูปเข้าหาส่วนนั้น
เช่น อยากให้สมองดี ก็ให้ปัดเข้าหา(หัว)สมอง หรือถ้าเจ็บตรงไหน เช่น แขน หรือขา ก็ให้โบกควันไปที่ส่วนที่เจ็บ
หรือถ้าอยากให้มีเงินมีทองก็โบกควันเข้าหากระเป๋าแล้วตบๆ
ทั้งนี้การโบกควันเข้าหาตัวนั้นนั้น ก็ถือว่าเป็นสิริมงคลและนำโชคลาภมาให้ด้วย

วันนั้นเราก็เลยยืนโบกควันธูปเข้าหาตัวอยู่ซะนาน
เรียกว่าโบกควันเข้าหาตัว ตั้งแต่หัวจรดเท้า รวมทั้งกระเป๋าเงินก็ไม่พลาดด้วยเหมือนกัน

[ 441] Yokoso Japan 3 Asakusa Kannon Temple Imperial Palace Shinjuku



ไหว้พระขอพรเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราก็จะไปเดินเล่นบน ถนนนากามิเสะ ซึ่งเป็นถนนสายช็อปปิ้งของวัด
(Nakamise Dori, Dori แปลว่าถนน)

โดยก่อนจะผ่านจากตัววัดไปยังถนนนากามิเสะ
เราก็จะต้องผ่านประตูใหญ่ของวัดที่ชื่อ Hozomon Gate ซึ่งจะมีโคมไฟสีแดงใบใหญ่แขวนอยู่
แต่เนื่องจากวันนี้ที่วัดมีงาน และจะมีรถในขบวนวิ่งผ่าน จึงได้มีการชักโคมไฟขึ้นไปครึ่งนึงด้วย

[ 441] Yokoso Japan 3 Asakusa Kannon Temple Imperial Palace Shinjuku



มองจากถนนนากามิเสะกลับไปที่ตัววัด

[ 441] Yokoso Japan 3 Asakusa Kannon Temple Imperial Palace Shinjuku



จากนั้นเราก็เริ่มออกเดินชมบรรยากาศบนถนนนากามิเสะกันไปเรื่อยๆ
วันนี้มีทั้งนักท่องเที่ยวและชาวญี่ปุ่นเองเยอะพอสมควร ทั้งๆ ที่เป็นวันจันทร์

[ 441] Yokoso Japan 3 Asakusa Kannon Temple Imperial Palace Shinjuku



ตลอดสองข้างทางเต็มไปด้วยร้านค้าขายของที่ระลึก
รวมทั้งขนมพื้นเมืองในกล่องสวยน่ารัก

[ 441] Yokoso Japan 3 Asakusa Kannon Temple Imperial Palace Shinjuku



เพลิดเพลินกับบรรยากาศสองข้างทางไม่นาน
เราก็เดินมาถึงประตูทางเข้าวัดด้านหน้า ซึ่งปกตินักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็จะเข้าวัดกันที่ประตูนี้

ประตูนี้มีชื่อว่า ประตูสายฟ้า หรือ Kaminarimon Gate
โดยที่ด้านซ้ายของประตูจะมีรูปปั้นเทพเจ้าสายฟ้า ส่วนด้านขวาจะมีเทพเจ้าแห่งสายลมอยู่

[ 441] Yokoso Japan 3 Asakusa Kannon Temple Imperial Palace Shinjuku



จุดเด่นของประตูนี้ก็คือ โคมไฟสีแดงอันใหญ่
ซึ่งมีความสูง 4.5 ม. และหนักถึง 670 กก. ที่แขวนอยู่ที่หน้าประตู

[ 441] Yokoso Japan 3 Asakusa Kannon Temple Imperial Palace Shinjuku



ว่ากันว่า ถ้าใครมาถึงโตเกียวแล้วไม่ได้มาถ่ายรูปกับโคมไฟสีแดงยักษ์อันนี้ก็ถือว่ามาไม่ถึง
เรา 2 คนก็เลยต้องขอถ่ายรูปกับโคมไฟสีแดงยักษ์กันไว้ซะหน่อย
โคมไฟสีแดงอันเดียว แต่ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นสิบๆ รูปเลยทีเดียวเชียว

[ 441] Yokoso Japan 3 Asakusa Kannon Temple Imperial Palace Shinjuku

[ 441] Yokoso Japan 3 Asakusa Kannon Temple Imperial Palace Shinjuku

[ 441] Yokoso Japan 3 Asakusa Kannon Temple Imperial Palace Shinjuku



แม้แต่คนญี่ปุ่นเองก็ยังมาถ่ายรูปที่ประตูนี้ด้วยเหมือนกัน
ไม่ว่าจะเป็นหนุ่มสาว คนทำงาน เด็กนักเรียน เด็กน้อย หรือสาวสวยในชุดกิโมโนก็มี

[ 441] Yokoso Japan 3 Asakusa Kannon Temple Imperial Palace Shinjuku

[ 441] Yokoso Japan 3 Asakusa Kannon Temple Imperial Palace Shinjuku



ใช้เวลาถ่ายรูปอยู่ตรงนี้กันพอสมควร เราก็เดินกลับเข้าไปที่วัด
ขากลับเราก็ยังพอเหลือเวลาเดินเล่นดูสินค้าและขนมที่วางขายตลอดทางเดินระยะ 200 ม. กันอีกพอสมควร

[ 441] Yokoso Japan 3 Asakusa Kannon Temple Imperial Palace Shinjuku



บนถนนนากามิเสะ มองกลับไปยังประตูสายฟ้า

[ 441] Yokoso Japan 3 Asakusa Kannon Temple Imperial Palace Shinjuku



บรรยากาศสองข้างทาง
แม่ค้าชักชวนให้ลูกค้าลองชิมขนม

[ 441] Yokoso Japan 3 Asakusa Kannon Temple Imperial Palace Shinjuku



หน้ากากแบบต่างๆ อย่างที่เคยเห็นในหนังหรือละครญี่ปุ่น

[ 441] Yokoso Japan 3 Asakusa Kannon Temple Imperial Palace Shinjuku



โคมไฟสีแดงหรือกลองอันเล็ก ที่เป็นของที่ระลึกน่ารักๆ
สินค้าของที่ระลึกพวกนี้น่ารักและน่าซื้อไปเสียหมด เสียดายว่าคำนวนราคาแล้วออกจะแพงไปซะหน่อย
เราก็เลยไม่ได้ซื้อกลับมาเลยซักชิ้น ... จะว่าไปก็เสียดายเหมือนกันนะเนี่ย

* สินค้าที่ญี่ปุ่นราคาค่อนข้างใกล้เคียงกัน และต่อราคาไม่ค่อยได้ *
เพราะคนญี่ปุ่นถือว่าราคาที่ตั้งไว้เป็นราคาที่เหมาะสมกับตัวสินค้าแล้ว

[ 441] Yokoso Japan 3 Asakusa Kannon Temple Imperial Palace Shinjuku



เดินกลับมาเกือบถึงประตู Hozomon Gate ก็เห็นมีการเชิดมังกรอยู่พอดี
มีทั้งนักท่องเที่ยวและคนญี่ปุ่นเองมุงอยู่เต็มไปหมด

[ 441] Yokoso Japan 3 Asakusa Kannon Temple Imperial Palace Shinjuku



ยืนดูการเชิดสิงโตซักพัก ก็เดินกันต่อ และก่อนถึงประตู Hozomon Gate ไม่ไกล
ถ้าสังเกตุด้านขวามือก็จะเจอกับ ร้านซาลาเปาทอด หรือ อะเกะมันจู
ของ ร้านอาซากุสะ โคโคโนเอะ (Asakusa Kokonoe) ร้านดัง ที่ไม่ควรพลาด

[ 441] Yokoso Japan 3 Asakusa Kannon Temple Imperial Palace Shinjuku



ที่ร้านนี้ขายซาลาเปาทอด ที่มีให้เลือกกันถึง 5 ไส้

[ 441] Yokoso Japan 3 Asakusa Kannon Temple Imperial Palace Shinjuku



ไม่ว่าจะเป็นไส้ Orginal คือไส้ถั่วแดง (120 เยน)
หรือจะเป็นไส้งาดำ ไส้ชาเขียว ไส้ฟักทอง และไส้มันเทศ

[ 441] Yokoso Japan 3 Asakusa Kannon Temple Imperial Palace Shinjuku



เราก็เลยไม่พลาด ลองซื้อไส้ถั่วแดงมาลองชิมกันซะหน่อย
รสชาติหวานๆ อร่อยดี ใครไปวัดอาซากุสะ อย่าลืมไปลองชิมกันดูนะคะ

[ 441] Yokoso Japan 3 Asakusa Kannon Temple Imperial Palace Shinjuku



เดินเล่นเพลินๆ ไม่นานเราก็กลับเข้ามาถึงด้านในวัดซึ่งเป็นจุดนัดพบกันอีกครั้ง

[ 441] Yokoso Japan 3 Asakusa Kannon Temple Imperial Palace Shinjuku



จะว่าไปทัวร์นี้ก็ใช้ได้เลยทีเดียว เพราะให้เวลาเราอยู่ในแต่ละที่ค่อนข้างเยอะพอสมควร
อย่างที่นี่ เราก็อยู่กันเกือบๆ 2 ชม. เลยทีเดียว
ทิ้งท้ายที่วัดอาซากุสะกับบริการรถลากชมวิวระหว่างทางเดินออกจากวัดไปขึ้นรถ

[ 441] Yokoso Japan 3 Asakusa Kannon Temple Imperial Palace Shinjuku



[ 441] Yokoso Japan 3 Asakusa Kannon Temple Imperial Palace Shinjuku [ 441] Yokoso Japan 3 Asakusa Kannon Temple Imperial Palace Shinjuku [ 441] Yokoso Japan 3 Asakusa Kannon Temple Imperial Palace Shinjuku
พระราชวังอิมพีเรียล
@ Imperial Palace @


พระราชวังอิมพีเรียล คือ พระราชวังของสมเด็จพระจักรพรรดิญี่ปุ่น
ตั้งอยู่ในเขตจิโยดะ กรุงโตเกียว

พระราชวังนี้แต่เดิมเป็นที่ตั้งของปราสาทเอโดะ ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของโชกุนตระกูลโทะกุงะวะ
แต่หลังจากการปฏิวัติในยุคเมจิ ล้มล้างระบอบโชกุน
สมเด็จพระจักรพรรดิซึ่งไม่ทรงมีอำนาจปกครอง จึงทรงถูกอัญเชิญมาให้เป็นประมุขแห่งรัฐ
ย้ายจากนครเกียวโตเมืองหลวงเก่า มาพำนักที่กรุงโตเกียวแทน

.
.

จากวัดอาซากุสะ ไกด์ก็พาเรามาที่นี่
แต่เนื่องจากมาถึงในเวลาค่อนข้างเย็นแล้ว ก็เลยมีเวลาอยู่ที่นี่กันไม่นานนัก

[ 441] Yokoso Japan 3 Asakusa Kannon Temple Imperial Palace Shinjuku



สะพานที่เห็นนี้ คือ สะพานนิจูบาชิ (Nijubashi) หรือ สะพานแว่นตา
ส่วนที่ว่าทำไมถึงเรียกสะพานแว่นตา นั่นก็เพราะว่าถ้าลองมองดีๆ
ครึ่งวงกลมที่ใต้สะพาน รวมกับเงาครึ่งวงกลมในน้ำ ก็จะเห็นเป็นรูปคล้ายแว่นตา
ส่วนตัวตัวอาคารสีขาวด้านหลังก็คือตัวพระราชวังนั่นเอง

[ 441] Yokoso Japan 3 Asakusa Kannon Temple Imperial Palace Shinjuku



ไม่พลาดถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ก่อนเดินทางไปจุดหมายต่อไปกันต่อ

[ 441] Yokoso Japan 3 Asakusa Kannon Temple Imperial Palace Shinjuku



[ 441] Yokoso Japan 3 Asakusa Kannon Temple Imperial Palace Shinjuku [ 441] Yokoso Japan 3 Asakusa Kannon Temple Imperial Palace Shinjuku [ 441] Yokoso Japan 3 Asakusa Kannon Temple Imperial Palace Shinjuku
ชิจูกุ
@ Shinjuku @


ชินจูกุ เป็นแหล่งรวมช็อปปิ้ง ความบันเทิง และสถานีรถไฟที่ยุ่งที่สุดในโลก
เนื่องจากรอบๆ สถานีชินจูกุเป็นจุดเปลี่ยนรถไฟทั้งบนดินและใต้ดินหลายสาย
ดังนั้น สำหรับนักท่องเที่ยวที่ยังไม่ค่อยคุ้นกับระบบขนส่งทางรถไฟของญี่ปุ่น จึงไม่ควรมาเปลี่ยนสายรถไฟที่สถานีนี้

.
.

จากพระราชวังใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที เราก็มาถึงย่านชินจูกุ
โดยก่อนถึงที่นี่ ทางไกด์ได้แจกแผนที่ พร้อมกับไฮไลท์ร้านดังที่นักท่องเที่ยวนิยมมาช้อป
ไม่ว่าจะเป็นร้านรองเท้าสัญชาติญี่ปุ่นชื่อดังอย่าง Onitsuka Tiger, ร้าน 100 เยน, Muji, Kinokuniya, Uniqlo,
ร้านเครื่องสำอางค์หลากหลายอย่าง Matsumoto Kiyoshi หรือแม้แต้ร้าน Sex Shop

โดยรถปล่อยเราลงที่ด้านหน้าตึก Pepe บนถนน Yasukuni

[ 441] Yokoso Japan 3 Asakusa Kannon Temple Imperial Palace Shinjuku



ลงจากรถแล้ว เราก็ข้ามถนนไปอีกฝั่ง
เดินไปตามแผนที่ โดยจุดหมายแรกคือไปตามหาร้านขายรองเท้า Onitsuka Tiger
ระหว่างทางแวะดูพวกเครื่องสำอางค์ที่ร้าน Matsumoto Kiyoshi กันซะก่อน

เดินไปเดินมาเลยได้โฟม Perfect Whip ของฝากขึ้นชื่อและราคาถูกของ Shiseido มาซะหลายอัน
คิดราคาก็ตกหลอดละ 80 บ. (เห็นในเมืองไทยขายกันหลอดละ 320 บ.- แหน่ะ)
แล้วก็ได้แชมพูกับครีมนวดของ Tsubaki มาอีก 4 ซองสบายไป

ซื้อของเสร็จแล้วก็เดินกันต่อ เจอร้านนี้เห็นแล้วทายถูกหรือเปล่าว่าร้านที่มีชุดนักเรียนน่ารักๆ แบบนี้คือร้านอะไร
เฉลยคำตอบเลยดีกว่า ร้านนี้คือ ร้าน Sex Shop นี่เอง
ถ่ายกับชุดนักเรียนเสร็จ กำลังจะถ่ายกันต่อ เจ้าของร้านเดินมาโบกมือห้ามซะงั้น


[ 441] Yokoso Japan 3 Asakusa Kannon Temple Imperial Palace Shinjuku



เข้าซอยโน้น ออกซอยนี้ จนมาถึงห้าง Mitsukoshi
เห็นป้ายร้าน Starbucks ก็เดินเข้าไปกันเลย ... แบบว่าไปที่ไหนก็ขาดเธอไม่ได้
ตั้งใจว่าจะไปสอยตุ๊กตาหมีกันซะหน่อย แต่ปรากฎว่าตุ๊กตาหมีล็อตใหม่จะเข้าตั้งต้นเดือน พ.ย. แหน่ะ
เลยอดได้น้องหมีญี่ปุ่นมาเชยชมกันเลยอ่า

[ 441] Yokoso Japan 3 Asakusa Kannon Temple Imperial Palace Shinjuku



ได้กาแฟแล้วก็เดินกันต่อ ไปที่ร้านขายรองเท้าในซอยข้างๆ ห้าง Mitsukoshi

[ 441] Yokoso Japan 3 Asakusa Kannon Temple Imperial Palace Shinjuku



ถึงร้านแล้ว พ่อตัวดีเดินเข้าไปดูรองเท้าพี่เสือ Onitsuka Tiger ในร้าน
ก่อนจะเดินออกมาตัวเปล่า เพราะรุ่นที่ร้านขาย ที่เมืองไทยก็มีหมดแล้ว ส่วนราคาก็ถูกกว่ากันแค่หลักสิบบาท
แถม made in Vietnam เหมือนกัน เลยกลับมาซื้อเมืองไทยน่าจะดีกว่า

[ 441] Yokoso Japan 3 Asakusa Kannon Temple Imperial Palace Shinjuku



ออกเดินดูบรรยากาศกันต่อ

[ 441] Yokoso Japan 3 Asakusa Kannon Temple Imperial Palace Shinjuku



ตอนแรกที่รู้ว่าทัวร์จะพามาปล่อยย่านชินจูกุ
ก็วางแผนไว้ว่าจะเดินไปชม ตึกแฝดของอาคารที่ว่าการมหานครโตเกียว (Tokyo Metropolitan Government)
ซึ่งมีความสูง 243 ม. ที่บนชั้น 45 สามารถขึ้นลิฟท์ไปชมวิวกรุงโตเกียวได้ฟรี (เปิด 09.00-23.00 น.)
แต่เป็นเพราะว่ากว่าจะมาถึงที่นี่ฟ้าก็มืดแล้ว แถมมีเวลา 2 ชม. เอง
แค่เดินเล่นดูบรรยากาศก็เกือบหมดเวลาแล้ว ก็เลยต้องยกยอดไว้โอกาสหน้าไป

[ 441] Yokoso Japan 3 Asakusa Kannon Temple Imperial Palace Shinjuku



ใกล้ถึงเวลานัด เราก็เดินกลับมาที่ตึก Pepe ซึ่งเป็นที่ตั้งของร้าน 100 เยน กับร้าน Uniqlo กัน
แต่หลังจากเดินขึ้นไปดูแล้ว ก็ได้ของจากร้าน 100 เยนมานิดหน่อย
ส่วนที่ร้าน Uniqlo ไม่ได้อะไรกลับมาเลย เพราะหลังจากคิดราคาแล้วก็ยังแพงกว่านิดหน่อย
แถมยัง Made in China เหมือนกับช็อปที่เมืองไทย ก็เลยไม่รู้ว่าจะซื้อกลับมาทำไม

เดินเสร็จ ก็ข้ามฝั่งกลับมาที่ร้าน Yoshinoya เพื่อทานอาหารค่ำ เพราะว่ามื้อเย็นวันนี้ทางทัวร์ปล่อยให้หาทานกันตามอิสระ
เราก็เลยเล็งว่าจะมาลองชิมข้าวหน้าเนื้อที่ร้านนี้กันซะหน่อย
อยากรู้ว่ารสชาติของข้าวหน้าเนื้อที่ร้านต้นตำรับในญี่ปุ่นจะมีรสชาติอร่อยเหมือนกับที่ฮ่องกงกับเมืองไทยหรือเปล่า

เข้ามาถึงร้านแล้ว พนง. ก็ถามว่าจะทานที่ร้านหรือซื้อกลับ
เพราะว่าถ้าซื้อกลับบ้านก็ให้สั่งที่ชั้น 1 นี้ได้เลย ส่วนถ้าจะทานที่นี่ก็ให้ขึ้นไปชั้น 2
เราจะทานที่ร้าน ก็เลยเดินขึ้นไปสั่งที่ชั้น 2 กัน

[ 441] Yokoso Japan 3 Asakusa Kannon Temple Imperial Palace Shinjuku



เมนูอาหารเป็นภาษาญี่ปุ่น แต่ไม่มีปัญหา ใช้ชี้แล้วก็สั่งเอาได้จ้ะ

[ 441] Yokoso Japan 3 Asakusa Kannon Temple Imperial Palace Shinjuku



บรรยากาศร้านด้านบน มองผ่านกระจกออกไปเห็นบรรยากาศข้างนอกด้วย วิวดีจริงๆ
ระหว่างที่นั่งรอไปแป๊บนึง พ่อตัวดีถามว่า ไกด์นัดเวลากี่โมง เราก็ตอบไปว่าทุ่มครึ่ง
พ่อตัวดีชี้ให้ดูนาฬิกาว่า นี่มันเหลืออีก 15 นาทีก็จะได้เวลานัดแล้ว จะกินกันทันเหรอ เพราะป่านนี้ยังไม่ได้อาหารเลย
สุดท้ายเลยต้องหันไปขอโทษพนักงาน ก่อนจะบอกให้เค้าช่วยใส่ห่อกลับบ้านให้
เกือบไปแล้วเรา มัวแต่เพลิดเพลิน จนเกือบเลยเวลานัดไปซะงั้น

[ 441] Yokoso Japan 3 Asakusa Kannon Temple Imperial Palace Shinjuku



ได้อาหารแล้ว ก็รีบเดินข้ามถนนไปที่ด้านหน้าตึก Pepe ที่เป็นจุดนัดพบ
เห็นว่ายังเหลือเวลาอีกซัก 5-6 นาที ก็เลยเดินเข้าไปดูบรรยากาศใน ถนนคาบูกิโจ (Kabukicho)
ซึ่งถือเป็น Red Light Zone และเป็นแหล่งกำเนิดของยากูซ่า และยังเป็นแหล่งรวมของร้านอาหาร ร้านเกมส์
คลับ บาร์ โรงหนังเรทเอ็กซ์ เรทอาร์ โชว์ลามก หญิงบริการ และโรงแรมม่านรูด กันซะหน่อย

บนถนน Yasukuni มองข้ามไปเป็นถนนคาบูกิโจที่ว่า

[ 441] Yokoso Japan 3 Asakusa Kannon Temple Imperial Palace Shinjuku



เดินเข้าไปในถนนคาบูกิโจที่เต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร คลับ บาร์

[ 441] Yokoso Japan 3 Asakusa Kannon Temple Imperial Palace Shinjuku



ส่วนที่อยากเดินเข้ามาที่นี่ก็เพราะเราอยากมาดู ผู้ชายนั่งดื่ม(เป็นเพื่อน) หรือ Host แบบที่เคยดูในทีวี
เค้าว่ากันว่า ผู้ชายที่นี่จะนั่งดื่มเป็นเพื่อน ไม่มีการขายบริการทางเพศ อันนี้ก็ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่จริงยังไง
จะว่าไปก็อยากลองเข้าไปดูเหมือนกันนะเนี่ย ติดที่ว่ามีพ่อตัวดีมาด้วย แถมเวลาก็น้อย
อีกอย่างเข้าไปนั่งแล้วก็คงคุยกันไม่รู้เรื่องอีกต่างหาก 555+
แล้วจะว่าไป จากที่เดินวนดูอยู่ไม่กี่นาที ก็ยังไม่เจอผู้ชายในสเป็คอีกด้วยแหล่ะ

ก่อนกลับขอเก็บรูป Host กันซะหน่อย
โดยมารยาทจะยกกล้องขึ้นถ่ายเลยก็ไม่ได้ ก็เลยต้องให้พ่อตัวดีมายืนเป็นแบบ
แต่เพราะกลัวเค้าจับได้ว่าแอบถ่าย รูปก็เลยออกมาไม่ชัดซักเท่าไหร่
ไว้ค่อยมาแก้ตัวใหม่คราวหน้าก็แล้วกันนะ

[ 441] Yokoso Japan 3 Asakusa Kannon Temple Imperial Palace Shinjuku



ถ่ายรูปเสร็จก็รีบเดินกลับออกไปขึ้ยรถที่จุดนัดพบ
เพื่อเดินทางต่อไปยังโรงแรมที่พัก Wishton Hotel Yukari ที่อยู่ที่เมืองชิบะ (Chiba)
ที่ต้องใช้เวลาในการเดินทางอีกราว 1 ชม. ถึงจะถึง

ถึงโรงแรม รับกุญแจห้อง แล้วก็เอากระเป๋าขึ้นไปเก็บ ก่อนจะเดินลงมาดูลาดเลาของสถานีรถไฟ
เพราะว่าพรุ่งนี้เป็นวัน Free Day เราจะต้องไปผจญภัยในเมืองโตเกียวกันเองแล้ว
ก็เลยเดินลงมาดูที่ทางกันซะหน่อย พรุ่งนี้จะได้ไม่ต้องเสียเวลากันนาน

ดูที่ทางเสร็จ ก็เดินไปซื้อขนมที่ห้าง Aeon กันซะหน่อย
ห้างเค้าปิด 4 ทุ่ม เหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว แถมเดินไปอีกค่อนข้างไกลด้วย
มืดๆ เดินกันไม่ค่อยถูก ก็เลยต้องถามทางเค้าไปเรื่อย
จัดการธุระเสร็จหมดเรียบร้อย ก็ได้เวลาขึ้นห้อง อาบน้ำ แล้วก็พักผ่อนกันซะที

ฝันดี ราตรีสวัสดิ์
ณ เมืองชิบะ ประเทศญี่ปุ่น

     Share

<< [#440] Yokoso Japan :: #2 Mt. Fuji 5th Station - Tokyo[#442] Yokoso Japan :: #4 เที่ยวโตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด >>

Posted on Tue 15 Nov 2011 10:49

 

 

 

[#446] Winter in Korea :: #3 ลานสกี & ช้อปปิ้ง
[#445] Winter in Korea :: #2 ป้อม .. วัด .. & สวนสนุก
[#444] Winter in Korea :: #1 เหตุเกิดจาก SMS
[#443] Yokoso Japan :: #5 เที่ยวโตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด (ตอนจบ)
[#442] Yokoso Japan :: #4 เที่ยวโตเกียวเองไม่ยากอย่างที่คิด
[#441] Yokoso Japan :: #3 Asakusa Kannon Temple - Imperial Palace - Shinjuku
[#440] Yokoso Japan :: #2 Mt. Fuji 5th Station - Tokyo
[#439] Yokoso Japan :: #1 Yokohama - Hakone - Owakudani - Gotemba Outlet
[#438] The Cinnamon Art Resort and Spa @Koh Mak, Trad
[#437] ข้าวหน้าเนื้อต้นตำรับสุดอร่อย @โยชิโนยะ (Yoshinoya) Central Lardprao
[#436] อาหารจีนตำรับไต้หวันแท้ๆ @ติ่น ไท่ ฟง (Din Tai Fung), Central World


Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 

*0* ชุดดดดดนักเรียน คิคิ รู้นะพี่ตุ๊กอยากจะใส่ชิมิ คิคิ
poppy   
Sat 10 Dec 2011 15:41 [6]
 

*0* ชุดดดดดนักเรียน คิคิ รู้นะพี่ตุ๊กอยากจะใส่ชิมิ คิคิ
poppy   
Sat 10 Dec 2011 15:41 [5]
 

อ้อ ขอบคุณมากๆค่ะ
leewern   
Tue 15 Nov 2011 22:32 [4]

ม่วนมากมากจ้า
อ้ายโย   
Tue 15 Nov 2011 14:03 [3]

ไปทัวร์อะไรคะ ราคาเท่าไร รบกวนตอบด้วยคะ
{leewern1}   
Mon 14 Nov 2011 20:28 [2]

คิดเหมือนกันเลยตรงที่กลับมาซื้อที่ไทยดีกว่า หากไปซื้อที่ญี่ปุ่นแล้ว
Made in China
เหมวดี   
Mon 14 Nov 2011 12:49 [1]
 

 

 

Theme by : tarn & youhowto