Bali 2009
Hong Kong 2010
Singapore 2010 (Universal Studios Singapore)
Nan-Chiangmai 2010
Chiangmai 2011
Japan 2011
Korea 2011

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

[#367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา :: #1 น่าน(ไง)

 

1-6 ธ.ค. 2553
เยือนถิ่นดินแดนล้านนา ~น่าน-แพร่-เชียงใหม่-ลำพูน-ลำปาง

[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง
[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง

วันพุธ
1 ธ.ค. 2553



ทริปนี้เรามีเวลาเกือบๆ 6 วันเต็ม ในการเดินทางท่องเที่ยวไปตามจังหวัดต่างๆ ในภาคเหนือ
เริ่มตั้งแต่กรุงเทพฯ ไปยังน่าน, แพร่, เชียงใหม่, ลำพูน และลำปาง

โดยทริปนี้ นอกจากจะวางแผนไว้ว่าจะเดินทางไปท่องเที่ยวแล้ว
ก็ยังตั้งใจจะไปสักการะพระธาตุประจำปีเกิด และไหว้พระเพื่อความเป็นสิริมงคลอีกด้วย
ไปติดตามทริปของเรากันเลยดีกว่า



วันแรกของการเดินทาง
กรุงเทพฯ - เมืองพิษณุโลก - เมืองน่าน



~13.30 น. เดินทางออกจากบ้าน
เพื่อไปแวะรับพ่อตัวดีที่ออฟฟิศตรงแจ้งวัฒนะ

~15.00 น. ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ
พ่อตัวดีขับไปจนถึงอยุธยา ก่อนที่เราจะอาสาขับให้ต่อจนเกือบถึงพิษณุโลก
หลังจากเปลี่ยนพลขับแล้ว เราก็เลยมีเวลา update status ใน FB ตลอดการเดินทาง

~19.30 น. เดินทางถึง อ.เมือง จ. พิษณุโลก
แวะพักทานอาหารเย็นที่ Hachiban Ramen ในห้าง Lotus ก่อนเดินทางต่อ

~22.00 น. เดินทางถึง อ.เมือง จ.แพร่
ถึงเร็วกว่ากำหนด เลยตัดสินใจเดินทางต่อไปยัง จ.น่าน กันต่อ

~23.30 น. เดินทางถึง อ.เมือง จ.น่าน
ถึงแล้วก็ต้องวนรถหาที่พักกันก่อน เนื่องจากไม่ได้วางแผนว่าจะเดินทางมาถึงที่นี่ในคืนนี้ เลยไม่ได้จองที่พักมาล่วงหน้า
สุดท้ายได้ที่พักที่ ศศิดารา รีสอร์ท ซึ่งอยู่ทางเดียวกับวัดพระธาตุเขาน้อย
ราคาห้องพักก็ 1,000 บ.-/คืน (รวมอาหารเช้า) ห้องพักค่อนข้างดี ที่นอนนุ่ม นอนสบาย
เสียดายว่ากว่าจะเข้าที่พักก็ดึกและเหนื่อยเกินกว่าจะมีอารมณ์ถ่ายรูป
เลยไม่มีรูปให้ดูกันจ้ะ

.
.

วันพฤหัสบดี
2 ธ.ค. 2553

วันที่สองของการเดินทาง
เมืองน่าน - วัดหนองบัว - ศูนย์ภูฟ้าพัฒนา -
บ่อเกลือสินเธาว์โบราณ - อุทยานแห่งชาติดอยภูคา



หลังจากท่านอาหารเช้าภายในโรงแรมที่พักเรียบร้อย
เรา 2 คนก็เริ่มออกเดินทาง จากตัวเมืองใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1080
มุ่งหน้าสู่จุดหมายปลายทางแรกของเราในวันนี้ คือ อ.ท่าวังผา จ.น่าน
โดยสถานที่แรกที่เราจะแวะไปกันก็คือ



[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง  [ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง  [ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง
@ วัดหนองบัว @
หมู่บ้านหนองบัว ต.ป่าคา อ.ท่าวังผา จ.น่าน



วัดหนองบัว เป็นวัดเก่าแก่อยู่ในหมู่บ้านไทยลื้อ อยู่ห่างจากตัวเมืองน่านไปประมาณ 40 กม.
จากคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้าน สันนิษฐานว่าสร้างใน พ.ศ. 2405 (ตรงกับสมัย ร.4)
และสร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบไทยล้านนาโบราณที่สมบูรณ์และหาดูได้ยาก

โดยวัดนี้เป็นวัดนี้เป็นวัดที่มีความโดดเด่นในเรื่องของ จิตรกรรมฝาผนังอันงดงาม
ซึ่งสันนิษฐานว่าวาดโดย ทิดบัวผัน ช่างเขียนลาวพวน
ภาพจิตรกรรมฝาผนังที่วัดนี้ ไ้ด้เล่าเรื่องหนึ่งใน ปัญญาสชาดก ซึ่งเป็นพระชาติหนึ่งของพระพุทธเจ้า
และ
หลายๆ รูปที่ผู้วาดได้สะท้อนให้เห็นสภาพความเป็นอยู่ของผู้คนในสมัยนั้น
โดยเฉพาะการแต่งกายของผู้หญิงที่นุ่งผ้าซิ่นลายน้ำไหล หรือผ้าซิ่นตีนจกที่สวยงาม

-:- ด้านหน้าวัด -:-
[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง



ซุ้มด้านหน้าวัด สร้างขึ้นใหม่ วาดด้วยลวดลายอันสวยงาม

[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง



เดินผ่านประตูเข้ามาก็จะเป็น วิหาร(หลังใหญ่)
รูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดกระทัดรัด

-:- วิหารของวัด -:-
[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง



ก่อนเดินเข้าไปด้านในวิหาร เราได้เห็นเชือกเส้นนี้ขึงอยู่ด้านหน้าประตู
สอบถามจากคุณลุงที่เฝ้าวิหารได้ความว่า เชือกที่มีสัญลักษณ์นี้เรียกว่า "ตาแหลว"

กลับมาหาข้อมูลก็เลยทำให้ทราบว่า "ตาแหลว เป็นเครื่องสานทำด้วยเส้นตอกขัดไขว้กัน
ให้ส่วนกลางมีลักษณะเป็นตาหกเหลี่ยม มีชายยื่นออกโดยรอบ
ชาวล้านนาใช้ตาแหลวเป็นเครื่องหมายทางพิธีกรรมตามความเชื่อ โดยเฉพาะการแสดงอาณาเขตหวงห้าม
แสดงอาณาเขตที่มีเจ้าของ เป็นเครื่องช่วยให้พื้นที่นั้นๆ คลาดแคล้วจากภัยพิบัติ
"

-:- ตาแหลวตรงประตูทางเข้าวิหาร -:-
[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง



ด้านในวิหาร เป็นที่ประดิษฐาน พระประธาน (พระพุทธ)
มองเห็นจิตรกรรมฝาผนังที่เลือนลางไปตามกาลเวลาอยู่โดยรอบ

[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง



จิตรกรรมฝาผนัง อันสวยงามและทรงคุณค่าทางศิลปะ ทั้งยังสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตของชาวบ้านในสมัยนั้นได้เป็นอย่างดี
สันนิษฐานว่าภาพเขียนที่วัดนี้มีอายุมากกว่าภาพเขียนที่ฝาผนังวัดภูมินทร์ในตัวเมืองน่าน

[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง



รวงข้าว ที่ใช้ในงานทอดกฐินที่ผ่านมา
แต่จำไม่ได้ว่าเรียกว่าอะไร

[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง



ไหว้พระ ขอพร และดูจิตรกรรมฝาผนังในวิหารเรียบร้อยแล้วก็เดินกลับออกมา
เยื้องไปทางด้านหลังไม่ไกลกันนักก็จะเห็น วิหาร(หลังเล็ก)
ดูจากสภาพภายนอกก็คงบอกได้ว่าวิหารหลังเล็กหลังนี้มีอายุอานามเก่าแก่แค่ไหน

[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง



เดินเข้ามาด้านในเพื่อไหว้พระ ขอพรเหมือนเดิม
ดูจากสภาพภายในแล้วไม่ต่างจากภายนอกซักเท่าไหร่นัก

[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง



ยิ่งมองเข้าไปใกล้ๆ องค์พระก็ยิ่งเห็นถึงความเก่าแก่
ไม่แปลกเลยที่ด้านหน้าจะมีกล่องรับบริจาคเพื่อบูรณะองค์พระอยู่ด้วย

[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง



ขอถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกซักรูป

[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง



[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง  [ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง  [ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง
@ บ้านจำลองไทลื้อ (เฮือนไทลื้อมะเก่า) @
ด้านหลังวิหาร ภายในวัดหนองบัว



หลังจากเยี่ยมชมวัดกันเรียบร้อย เราก็เดินไปทางด้านหลังวิหาร
เพื่อไปเยี่ยมชม การจำลองวิถีชีวิตของชาวไทลื้อ ที่อยู่ภายในบริเวณวัดกัน
โดยชาวบ้านที่นี่จะมานั่งทอผ้าและขายผ้ากันที่ตรงนี้เลย

-:- คุณป้านั่งทอผ้าอยู่ใต้ถุนบ้าน -:-
[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง



ผ้าทอลายน้ำไหล เป็นผ้าทอพื้นเมืองที่ปราณีตสวยงาม
และเป็นหัตถกรรมที่ตกทอดกันมาหลายยุคหลายสมัย

[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง



ส่วนผืนนี้เป็น ผ้าทอลายไทลื้อโบราณ

[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง



นอกจากนี้ ที่นี่ก็ยังมีผ้าลายและแบบต่างๆ อีกมากมาย
ให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อติดไม้ติดมือกลับมาเป็นของฝาก

[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง



หรือถ้าอยากได้เสื้อสวยๆ ซักตัวก็มีให้เลือกอีกเช่นเดียวกัน

[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง



เดินดูผ้าทอและสินค้าต่างๆ เสร็จแล้ว
ก็ขึ้นไปดูการจำลองบ้านไทลื้อโบราณด้านบนกันบ้างดีกว่า

[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง



ด้านบนบ้านจำลองวิถีชีวิตความเป็นอยู่ การจัดบ้านเรือน
อีกทั้งอุปกรณ์ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ของชาวไทลื้อไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ชม

-:- รูปภาพของชาวไทลื้อโบราณ - ห้องด้านในที่เห็นเป็นห้องนอน -:-
[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง



-:- อุปกรณ์ และข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ -:-
[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง



-:- กะโล๊ะ ใช้ตีเพื่อเรียกประชุม หรือเตือนภัยต่างๆ -:-
[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง



-:- ที่นอน หมอน มุ้ง -:-
[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง



ก่อนกลับไม่ลืมแวะซื้อ ไคแผ่น หรือสาหร่ายน้ำจืด กลับมาลองชิมด้วย
แต่จนป่านนี้ไคแผ่นที่ว่ายังอยู่ในเก๊ะหน้ารถ และยังไม่ได้ลองชิมเลยหล่ะ

-:- ไคแผ่น หรือสาหร่ายน้ำจืด -:-
[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง



[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง  [ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง  [ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง
@ วิวทิวทัศน์สองข้างทาง @
เส้นทางระหว่าง อ.ท่าวังผา ไป อ.บ่อเกลือ



ออกจากวัดหนองบัว เราก็เดินทางกันต่อ
โดยเส้นทางที่เราจะไปต่อนั้นค่อนข้างคดเคี้ยว และคาดว่าไม่น่าจะมีปั๊มน้ำมันตั้งอยู่
เราเลยต้องแวะเติมน้ำมันที่ปั๊มน้ำมัน ปตท. ในตัว อ.ท่าวังผา กันซะก่อน

นอกจากนี้แล้วก็ยังต้องซื้อเสบียงอาหารไปตุนไว้ให้พร้อม เพราะวันนี้เราจะไปนอนที่ อช.ดอยภูคา กัน
เราเดินทางมาพักวันธรรมดา เลยไม่ค่อยแน่ใจว่าร้านอาหารด้านบนจะเปิดหรือเปล่า
เตรียมซื้อไปให้พร้อม ทั้งมาม่า โจ๊ก ไส้กรอก น้ำดื่ม และแบรนด์รังนก รับรองไม่มีอด

.
.

ระหว่างทาง วิวทิวทัศน์ 2 ข้างทางก็เป็นหมู่บ้าน ทุ่งหญ้า และภูเขา สลับกันไป
ช่วงไหนที่เห็นวิวค่อนข้างสวย ก็วิ่งลงไปถ่ายรูปกัน

-:- ระหว่างการเดินทาง -:-
[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง



วิวทิวทัศน์สวยๆ ระหว่างการเดินทาง

[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง

[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง

[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง

[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง



[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง  [ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง  [ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง
@ ศูนย์ภูฟ้าพัฒนา @
ต.ภูฟ้า อ.บ่อเกลือ จ.น่าน



เป็นโครงการตามพระราชดำริในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2542 เพื่อใช้เป็นต้นแบบการพัฒนาและการถ่ายทอดความรู้การพัฒนา
ไปสู่พื้นที่และราษฎรในเป้าหมายท้องที่อำเภอบ่อเกลือ และอำเภอเฉลิมพระเกียรติ
ซึ่งจะช่วยให้เด็ก เยาวชน และราษฎรให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

.
.

จาก อ.ท่าวังผา มาที่นี่เป็นระยะทางประมาณ 80 กม.
เราเดินทางมาถึงกันในเวลาราวๆ บ่าย 2 แดดกำลังจ้า และที่สำคัญคืออยู่ในอาการหิวโซ
ได้ข้อมูลมาว่านอกจากที่นี่จะมีวิวทิวทัศน์สวยงามแล้ว ก็ยังมีอาหารพื้นเมืองรสเลิศให้บริการอีกด้วย

ขับรถมาพร้อมกับความตั้งใจที่จะมาฝากท้องกันที่นี่
แต่พอมาถึงกลับพบว่า บรรยากาศในวันนี้ช่างเงียบเชียบ และที่สำคัญคือ ร้านอาหารปิด
เห็นแบบนี้แล้วแทบจะหัวเราะทั้งน้ำตา
แต่ก่อนจะโบกมือลา ก็ไม่วายขอใช้เวลาเดินสำรวจสถานที่กันอีกซักเล็กน้อย

จากข้อมูลที่มีคือ ที่พักที่นี่บรรยากาศดี และราคาถูก
จึงมักจะมีนักท่องเที่ยวจองมาพักเต็มกันอยู่เสมอๆ ในช่วงเทศกาลต่างๆ
แต่โชคของเราคงไม่ดีที่มาถึงในวันธรรมดาที่ไม่มีนักท่องเที่ยวอื่นๆ เข้ามาพัก ร้านอาหารก็เลยไม่ได้เปิดให้บริการ


สำหรับพื้นที่ในบริเวณนี้เราก็จะพบกับ จุดชมวิว ที่มีวิวสวยงาม
มองลงไปด้านล่างก็จะเห็นทางเดินลงไปชมแปลงปลูกชาอู่หลง และพันธุ์ไม้ต่างๆ นานาชนิด
แต่ในสภาพตอนนี้ เรา 2 คนไม่มีอารมณ์พอที่จะลงไปเดินดูอะไรกันทั้งนั้น
ใช้เวลาเดินดูสถานที่กันพักเดียวก็ออกมากัน

[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง

[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง



[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง  [ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง  [ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง
บ่อเกลือสินเธาว์ภูเขา @
ต.บ่อเกลือใต้ อ.บ่อเกลือ จ.น่าน



บ่อเกลือแห่งนี้ เดิมชื่อว่า เมืองบ่อ เป็นแหล่งผลิตและส่งออกเกลือที่สำคัญมาแต่ยุคโบราณ
และถือเป็นแหล่งผลิตเกลือสินเธาว์ภูเขาแห่งเดียวในโลก
(บ่อเกลือจะปิดช่วงเข้าพรรษาเพราะเป็นช่วงฤดูฝน)

.
.

ขับรถโซซัดโซเซด้วยอาการหิวมาอีกประมาณ 20 กม.
เราก็เดินทางมาถึง บ่อเกลือสินเธาว์ภูเขา กันซะที
ก่อนจะไปเที่ยวกันต่อ ก็ต้องวนหาร้านอาหารสำหรับมื้อเที่ยงทานกันซะก่อน
สุดท้ายไปเจอ ร้านอาหารตามสั่ง ที่อยู่ด้านหน้าบ่อเกลือนี่เอง

ร้านอาหารในบริเวณนี้มีค่อนข้างน้อย แถมส่วนใหญ่ก็เป็นร้านข้าวเหนียวส้มตำ
แต่มาได้ข้อมูลจาก "พี่ต้อง" ช่างภาพนิตรสาร Honeymoon & Travel แนะนำไว้ใน FB ว่า
อาหารที่ บ่อเกลือวิวรีสอร์ท อร่อยมาก แต่ถึงตอนนั้นก็ช้าไปซะแล้ว
ยังไงใครผ่านไปแถวนั้น ก็ลองแวะไปทานกันได้นะคะ

หลังจากอิ่มแล้วก็เดินเข้าไปดู บ่อเกลือ และวิธีการผลิตเกลือสินเธาว์ของที่นี่กันเลย

[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง



ลักษณะของบ่อเกลือ
ที่ปากบ่อนั้นขึ้นได้เฉพาะผู้ชายเท่านั้น

[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง



ปัจจุบันชาวบ้านยังคงต้มแกลือด้วยวิธีแบบดั้งเดิม โดยจะตักน้ำเกลือจากบ่อส่งผ่านมาตามลำไม้ไผ่สู่บ่อพัก
ก่อนจะนำน้ำเกลือมาต้มในกะทะใบบัวขนาดใหญ่เคี่ยวจนน้ำงวดแห้ง ใส่ถุงวางขายกันหน้าบ้าน
แต่เกลือที่นี่ไม่มีไอโอดีนเหมือนเกลือทะเล จึงต้องมีการเติมสารไอโอดีนก่อนวางขาย

-:- การต้มเกลือในกระทะใบบัวขนาดใหญ่ -:-
[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง

[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง



เคี่ยวเกลือจนน้ำแห้งก็นำมาพักไว้ เพื่อเติมไอโอดีนก่อนนำไปวางขาย

-:- เกลือสินเธาว์ที่เคี่ยวจนแห้งแล้ว -:-
[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง



พ่อตัวดีได้ลองชิมดูแล้วก็บอกว่า
เกลือมีรสเค็ม แต่ไม่เค็มเท่าเกลือสมุทรที่เราใช้กันอยู่ปกติ

-:- เกลือสินเธาว์ภูเขา -:-
[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง



หลังจากเติมไอโอดีนลงในเกลือแล้ว
ก็จะนำมาบรรจุใส่กระปุก หรือถุงขายกันแบบนี้

[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง



นอกจากเกลือสินเธาว์เป็นถุงๆ แล้ว
เราก็ยังเจอกับ ไข่ต้มน้ำเกลือ ที่สนนราคาลูกละ 5 บ.- เท่านั้น ก็เลยซื้อมาลองทานกันดู
แต่ไปๆ มาๆ ก็เก็บไว้จนเน่า เลยไม่ได้ลองชิม(อีกแล้ว)
เลยไม่แน่ใจว่ารสชาติไข่ต้มน้ำเกลือบ้านเราจะอร่อยสู้ไข่ดำของญี่ปุ่นได้หรือเปล่านะเนี่ย

[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง



ก่อนกลับ ก็เดินดูบริเวณรอบๆ บ่อเกลือกันซักหน่อย
ด้านหลังตรงลำธารนี้ มีป้ายบอกว่าเป็นจุดชม ปลาภูเขา ก็เลยเดินเข้าไปดู ก็เห็นเป็นปลาหน้าตาธรรมดานี่เอง
เล่นมุขนี้ เราก็เลยได้เจอกับไก่ภูเขา และหมาภูเขาอีก 2-3 ตัว เป็นของแถมด้วยอีกต่างหาก

[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง



[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง  [ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง  [ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง
อุทยานแห่งชาติดอยภูคา - จุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น @
ห่างจากที่ทำการอุทยาน ประมาณ 8 กม.



จากบ่อเกลือ เดินทางมาอีกแค่ประมาณ 20 กม. เราก็เข้าเขต อช.ดอยภูคา
จุดหมายแรกที่เราแวะกันคือ จุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น
(เนื่องจากเราเดินทางมาจากทางบ่อเกลือ เส้นทางที่เราแวะจึงสลับกับการเดินทางปกติที่ออกจาก อช.ดอยภูคา)

นอกจากจะชมพระอาทิตย์ขึ้นที่บริเวณนี้ได้ในยามเช้าแล้ว
ณ เวลานี้ เราก็ยังได้เห็นวิวทิวทัศน์สวยๆ ที่มองไปได้ไกลจนสุดลูกหูลูกตา

[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง

[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง

[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง

[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง

[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง



[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง  [ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง  [ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง
อุทยานแห่งชาติดอยภูคา - จุดชมต้นชมพูภูคา @
ห่างจากที่ทำการอุทยาน ประมาณ 5.5 กม.



ห่างจากจุดแรกมาเพียง 2.5 กม. เราก็จะเจอกับจุดชมต้นชมพูภูคา
แต่ก่อนจะเดินไปถึงต้นดังกล่าว เราก็ขอแวะสักการะ ตำหนักเจ้าหลวงภูคา ผู้ก่อตั้งเมืองปัวกันซะก่อน

-:- บริเวณตำหนักเจ้าหลวงภูคา -:-
[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง



-:- เจ้าหลวงภูคา -:-
[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง



ไม่ไกลจากตำหนักดังกล่าว เราก็จะพบกับ ต้นชมพูภูคา ซึ่งเป็นต้นไม้พันธุ์หายากที่ใกล้สูญพันธุ์ของโลก
ซึ่งปัจจุบันมีรายงานการค้นพบในโลกเพียงที่เดียวคือที่ อุทยานแห่งชาติดอยภูคา แห่งนี้นี่เอง
แต่เนื่องจากปัจจุบันสามารถเพาะพันธุ์กล้าไม้ชนิดนี้เป็นผลสำเร็จ จึงทำ
ให้ต้นไม้ชนิดนี้ไม่สูญพันธุ์ไปจากโลกของเราแล้วจ้ะ

* ดอกชมพูภูคา ออกดอกเบ่งบานระหว่างเดือน กุมภาพันธ์-มีนาคม *

-:- ต้นชมพูภูคา -:- 
[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง



และเนื่องจากช่วงที่เราเดินทางไปถึงที่นี่ ยังไม่ใช่ช่วงเวลาการออกดอกของต้นชมพูภูคา
เราจึงได้แค่เห็นลูกของชมพูภูคาที่จะแตกออกเป็นดอกต่อไปเท่านั้น

-:- ลูกของชมพูภูคาสีแดงเข้ม -:-

[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง



ต้นไม้หายากแบบนี้ ก็ต้องถ่ายรูปคู่ไว้เป็นที่ระลึกซะหน่อย

[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง



[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง  [ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง  [ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง
อุทยานแห่งชาติดอยภูคา - บ้านพักอุทยาน @
ต.ภูคา อ.ปัว จ.น่าน



อช.ดอยภูคา เป็นอุทยานแห่งชาติ ลำดับที่ 94 เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2542
มีเนื้อที่ประมาณ 1,065,000 ไร่ (1,074 ตร.กม) ครอบคลุมพื้นที่ 8 อำเภอ ได้แก่ อ.เฉลิมพระเกียรติ,
อ.ทุ่งช้าง, อ.เชียงกลาง, อ.ปัว, อ.ท่าวังผา, อ.สันติสุข, อ.แม่จริม และ อ.บ่อเกลือ จ.น่าน

ลักษณะภูมิประเทศ เป็นเทือกเขาสูงชันสลับซับซ้อน มีพื้นที่ราบอยู่ตามบริเวณโดยรอบ
มียอดดอยดงหญ้าหวายเป็นยอดเขาที่สูงที่สุด โดยมีความสูง 1,980 ม. จากระดับน้ำทะเล

.
.

ก่อนการเดินทาง เราได้ทำการจองบ้านพักของอุทยานไว้ล่วงหน้าผ่านทางเวปไซต์ dnp.go.th
ซึ่งภายในอุทยานแห่งชาติ
แห่งนี้ ก็มีบ้านหลากหลายแบบ หลายราคา รวมทั้งเต๊นท์ ให้เลือกจองได้

ส่วนบ้านที่เราเลือกจองไว้เป็นบ้านพักที่เรียกว่า ภูคา 103
ซึ่งเป็นบ้านพักเรือนแถว โซนที่ทำการอุทยาน ซึ่งมีเครื่องนอน, เครื่องทำน้ำอุ่น, ตู้เย็น และกระติกน้ำร้อน
โดยบ้าน 1 หลังสามารถพักได้ 4 คน ราคาปกติหลังละ 800 บ.-/คืน

แต่เนื่องจากเราไปพักในวันระหว่างสัปดาห์ (อ-พฤ) จะได้ลดราคา 30% ก็เหลือเพียง 570 บ.-/คืน เท่านั้น
โดยหลังจากจองบ้านพักในเวปเรียบร้อย ก็แค่นำใบจองที่พิมพ์จากในเวปไปชำระเงินที่ธนาคาร

พอถึงวันเข้าพัก เมื่อมาถึงก็ติดต่อ จนท. ที่ทำการอุทยาน
โดยถือเอกสารใบจอง พร้อม pay-in slip มายื่นได้เลย สะดวกสุดๆ

.
.

เดินทางมาถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติก็จัดการเสียค่าธรรมเนียม
จากนั้นก็เข้าไปติดต่อเรื่องห้องพัก รับกุญแจ แล้วก็ขับรถเข้าไปที่บ้านพักกันเลย

-:- ห้อง 103/1 ที่จองไว้ -:-
[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง



ภายในตัวบ้าน ค่อนข้างกว้างขวาง และเป็นสัดเป็นส่วน
มีเตียงนอนพร้อมเครื่องนอน และผ้าเช็ดตัว สำหรับ 4 คน

[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง



บริเวณนี้เป็นอ่างล้างหน้า หรือจะใช้ล้างจานชาม ก็ได้เหมือนกัน
แถมยังมีกระติกน้ำร้อน แก้วน้ำ ตู้เสื้อผ้า และไม้แขวนให้พร้อม แต่ดูไม่ค่อยสะอาดซักเท่าไหร่

[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง



ส่วนของห้องน้ำ แบ่งเป็น 2 ห้อง คือ ห้องอาบน้ำ และห้องส้วม
ในห้องอาบน้ำก็มีเครื่องทำน้ำอุ่น ซึ่งดูเป็นสิ่งค่อนข้างจำเป็นมากสำหรับอากาศหนาวๆ แบบนี้

[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง



ไฟฟ้าและน้ำประปา ให้บริการตลอด 24 ชม.
ถ้าขาดเหลือ หรือมีอะไรที่ใช้ไม่ได้ สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือจาก จนท. อุทยานได้

* สำหรับที่พักในโซนนี้จะมองไม่ค่อยเห็นวิว *
ถ้าอยากได้วิวขอให้เลือกเป็น ภูคา 104-107 นะจ๊ะ



[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง  [ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง  [ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง
อุทยานแห่งชาติดอยภูคา - ลานดูดาว (จุดชมพระอาทิตย์ตก) @
ห่างจากที่ทำการอุทยาน ประมาณ 5 กม.



หลังจากเก็บสัมภาระต่างๆ เข้าที่พัก พร้อมทั้งตรวจสอบภายในบ้านพักเรียบร้อย
เรา 2 คนก็ขับรถออกมาที่ด้านหน้าตรงที่ทำการอุทยานแห่งชาติ เพื่อมาแจ้งเรื่องเครื่องทำน้ำอุ่นไม่ทำงาน
ซึ่งต่อมาก็มี จนท. ไปจัดการแก้ไขให้ใช้การได้เป็นที่เรียบร้อย
จากนั้นไม่ลืมสอบถามข้อมูลเรื่องเวลาให้บริการของร้านอาหารด้านหน้าด้วย
(ร้านอาหารของอุทยานเปิดให้บริการทุกวัน แต่เวลาปิดไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับจำนวนนักท่องเที่ยวจ้ะ)

เสร็จธุระแล้ว เราก็ได้ข้อมูลเพิ่มเติมจาก จนท. ท่านหนึ่งว่าดอกพญาเสือโคร่งของที่นี่บานแล้ว 1 ต้น
แถมท่านยังกรุณาพาเราเดินไปดูอีกด้วย
แต่เสียดายที่ต้นนี้ค่อนข้างสูง และดอกที่บานก็อยู่สูงเกินกว่าที่กล้องจะถ่ายออกมาได้ชัด
เลยได้แต่ชื่นชมความงามทางสายตากันไป

.
.

จากตรงนี้ เราก็ขับรถไปยัง ลานดูดาว ซึ่งอยู่ห่างจากที่นี่ไปอีกราว 5 กม.
เพื่อไปรอชม พระอาทิตย์ตก ในเวลาราว 17.39 น.

เรามาถึงจุดนี้กันในเวลาประมาณ 5 โมงเย็น แดดยังค่อนข้างจ้า
เราเลยใช้เวลาที่เหลืออยู่ในการจิบกาแฟสดที่ขายอยู่ในบริเวณนี้กันซะก่อน
ระหว่างนั่งจิบกาแฟก็สังเกตุเห็นว่า มีนักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งมากางเต๊นท์พักกันอยู่บริเวณนี้
นั่นแปลว่า นอกจากจุดนี้จะเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกแล้ว ก็ยังเป็นจุดกางเต๊นท์พักแรมด้วยเช่นกัน

-:- จิบกาแฟรอเวลา -:-
[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง



-:- Hot Latte ที่หน้าตาและรสชาติเหมือนกับ Hot Cappuchino ไม่มีผิด -:-
[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง



ใกล้กับเวลาที่พระอาทิตย์จะตก เราก็เดินไปรอในจุดชมวิวดังกล่าว พร้อมกับหามุมถ่ายรูปไปด้วย
ไม่นานภาพความสวยงาม ยามอาทิตย์อัสดง ก็ปรากฎให้เห็น

[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง

[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง

[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง

[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง

[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง

[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง

[ 367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา 1 น่าน ไง



ถือเป็นช่วงเวลาดีๆ ที่ได้ชื่นชมความงามทางธรรมชาติกันอย่างเต็มอิ่ม
... ทั้งอิ่มอก และอิ่มใจ
เที่ยวเมืองไทย ไม่ไปไม่รู้จริงๆ

.
.

หลังพระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าไป เรา 2 คนก็ขับรถกลับ
แล้วก็ไม่ลืมแวะซื้อต้มยำไก่กลับไปทานคู่กับข้าวไข่เจียวที่ซื้อมาจากบ่อเกลือเป็นอาหารเย็นวันนี้

บรรยากาศดีๆ กับอาหารง่ายๆ แค่ 2 อย่าง และหนังจากทีวีจอเล็กอย่าง netbook เครื่องจิ๋ว
แค่นี้ก็ทำให้เราอิ่มอร่อย และมีความสุขจนบอกไม่ถูก

.
.

ค่ำคืนนี้ เรา 2 คน ได้นอนซุกตัว หลับฝันหวานอยู่ใต้ผ้าห่มนวมอุ่นๆ
ท่ามกลางความหนาวเย็นภายใต้อุณหภูมิ 9.5 องศา อุณหภูมิที่ต่ำกว่าเครื่องปรับอากาศที่บ้านซะอีก
รู้สึกเหมือนนอนอยู่ในช่อง freeze ยังไงยังงั้นเลยหล่ะ
แค่คิดย้อนกลับไปถึงค่ำคืนในวันนั้นก็รู้สึก ... หนาว ขึ้นมาเลยทีเดียว

ส่วนพรุ่งนี้จะเป็นยังไงต่อไปก็ยังไม่รู้ แต่วันนี้ขอนอนหลับพักเอาแรงกันก่อน
... ฝันดี ราตรีสวัสดิ์

ณ อุทยานแห่งชาติดอยภูคา

     Share

<< [#366] Shopping Therapy ~วันหยุดกับการช้อปปิ้งแสนสุข[#368] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา :: #2 จากธรรมชาติ สู่เส้นสายลายศิลป์ >>

Posted on Sun 3 Jul 2011 1:11

 

 

 

[#372] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา :: #6 (ตอนจบ) UnseenThailand เงาพระธาตุหัวกลับ
[#371] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา :: #5 @เชียงใหม่ ~เที่ยวไป ชิมไป & ไหว้พระธาตุศักดิ์สิทธิ์
[#370] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา :: #4 ไหว้พระธาตุประจำปีเกิด
[#369] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา :: #3 นันทบุรีศรีนครน่าน ~เที่ยววัด ชมเมือง
[#368] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา :: #2 จากธรรมชาติ สู่เส้นสายลายศิลป์
[#367] เยือนถิ่นดินแดนล้านนา :: #1 น่าน(ไง)
[#366] Shopping Therapy ~วันหยุดกับการช้อปปิ้งแสนสุข
[#365] Mansion 7 ~คฤหาสน์ผีสิง & Boutique Thriller Mall บนถนนรัชดาภิเษก
[#364] พิซซ่าเตาถ่าน ~เกาะลันตา พิซเซอเรีย
[#363] Brown Eyes and Soys & อาหารอิตาเลี่ยนสไตล์ญี่ปุ่น
[#362] King's Palace ~ร้านอาหารจีนสไตล์ฮ่องกง กับเมนูโจ๊ก & บะหมี่ฮ่องกง


Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 

ภาพสวยเหมือนเดิม
ไม่เคยไปน่านเลยค่ะ
เห็นแล้วอยากไปบ้างจัง ^_^
เมวิษา   
Sat 11 Dec 2010 0:19 [1]

 

 

Theme by : tarn & youhowto