Bali 2009
Hong Kong 2010
Singapore 2010 (Universal Studios Singapore)
Nan-Chiangmai 2010
Chiangmai 2011
Japan 2011
Korea 2011

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

[#308] กิน เที่ยว เรื่อยเปื่อย @Hong Kong :: Day 3

 

23-25 พ.ค. 2553
กิน เที่ยว เรื่อยเปื่อย @Hong Kong


[ 308] กิน เที่ยว เรื่อยเปื่อย Hong Kong Day 3
[ 308] กิน เที่ยว เรื่อยเปื่อย Hong Kong Day 3

วันอังคาร

25 พ.ค. 2553

Tsim Sha Tsui - Jordan - ร้านโจ๊กไม่ลองไม่รู้ - Central -
Central Mid-Levels Escalators - Ding Ding Tram - Causeway Bay - Mong Kok -
Modern Toilets - Airport Express - Chek Lap Kok International Airport -
FD3719 - Suvarnabhumi Airport



เช้านี้ตื่นกันมาเกือบๆ 7 โมงเหมือนเคย
3 วัน 2 คืนที่นี่เร็วมาก เพราะวันนี้เป็นวันสุดท้ายในฮ่องกงแล้ว
รู้สึกเหมือนเพิ่งเดินทางมาถึงเองอ่ะ

อาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ก็แพ็คกระเป๋าเดินทาง
ลงมา check-out แล้วก็จัดการฝากกระเป๋าเดินทางไว้ก่อน เพราะว่าวันนี้เรายังต้องไปออกไปเที่ยวกันต่อ
ช่วงเย็นๆ ค่อยกลับมาเอากระเป๋าแล้วไปสนามบินกัน

** In Town Check-in @AE Station **
จริงๆ ถ้านั่ง Airport Express (AE) เข้าเมืองมา
จะมีบริการ check-in ล่วงหน้าที่สถานี Kowloon & Hong Kong
หรือที่เรียกกันว่า In Town Check-in Service ด้วย
ซึ่งบริการนี้จะให้ความสะดวกสบายสำหรับนักท่องเที่ยวเวลาเดินทางไปสนามบิน
แต่สำหรับสายการบิน Air Asia ที่เรานั่งมาไม่มีบริการนี้
เลยต้องฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรมกันก่อน

ฉะนั้นใครที่จะเดินทางไปฮ่องกงด้วยสายการบินอื่นๆ
ก็ลองตรวจสอบอีกครั้งนะคะว่าสายการบินของท่านมีบริการนี้หรือไม่

.
.

ออกจากโรงแรมก็ลงไปที่สถานีรถไฟ MTR เหมือนเดิม
เช้านี้เราจะไปชิมโจ๊กฮ่องกงแสนอร่อยที่ร้านแนะนำตามหนังสือกัน

ลงไปที่สถานีรถไฟ MTR แล้ว ก็ขอทำตัวเป็นนักท่องเที่ยวจริงๆ ซะหน่อย
... ด้วยการถ่ายกับหนังสือที่พกมาแบบนี้

-:- @MTR - Tsim Sha Shui Station -:-
[ 308] กิน เที่ยว เรื่อยเปื่อย Hong Kong Day 3



พอดีเมื่อคืนก่อนนอนมีเวลาเลยหยิบหนังสือเล่มนี้มาเปิดดู
เพราะจำได้ว่ามีร้านโจ๊กแนะนำที่เราอ่านไว้ก่อนมา วันนี้มีเวลาก็เลยลองขอลองไปชิมดูซะหน่อย

:: การเดินทาง ::
จาก MTR สถานี Tsim Sha Tsui ไปแค่สถานีเดียว เราก็ไปลงที่สถานี Jordan
จากนั้นให้เดินออกทาง Exit A ออกจากสถานีแล้วก็ให้เลี้ยวซ้ายไปทางถนน Nathan
ถึงแยกเลี้ยวซ้ายอีกที เดินไปเรื่อยๆ จนเจอโรงแรม Novotel Nathan ซึ่งอยู่ขวามือฝั่งตรงข้าม
แล้วก็ให้เดินลอดอุโมงค์ข้ามถนนไปที่ฝั่งโรงแรม ซอยที่อุโมงค์ทะลุขึ้นไปคือ Saigon Street
ร้านโจ๊กร้านนี้จะอยู่ฝั่งตรงข้ามโรงแรม Novotel เลย

"Nathan Congee & Noodle" หรือ "โจ๊กไม่ลองไม่รู้"
ร้านนี้หาได้ง่าย เพราะหน้าร้านติดป้ายภาษาไทยสังเกตเห็นได้ชัดเจน

เข้าไปในร้านแล้วก็ไม่ต้องกลัวจะสั่งไม่รู้เรื่อง
เพราะพนักงานที่นี่พูดไทยได้ทุกคน แถมเมนูยังเป็นภาษาไทยอีกต่างหาก

-:- เมนูที่ร้านโจ๊กไม่ลองไม่รู้ -:-
[ 308] กิน เที่ยว เรื่อยเปื่อย Hong Kong Day 3



อาหารแนะนำที่ร้านนี้มีทั้งโจ๊กและบะหมี่
แต่เช้าๆ แบบนี้เราขอเลือกโจ๊กดีกว่า
เพราะ "โจ๊กฮ่องกง" หน่ะขึ้นชื่อเรื่องความอร่อยอยู่แล้ว

ตอนสั่งก็แอบขำอีกต่างหาก
เพราะพนักงานเดินเข้ามาหาแล้วก็พูดว่า "เอาอะไรดี"
กร๊ากกก ... รู้ด้วยว่าเราเป็นคนไทย
แต่พอนั่งไปซักพักก็เริ่มสังเกตว่า รอบๆ ตัวเราอ่ะ คนไทยทั้งนั้นเลยหล่ะ

สั่งอาหารไปเสร็จ พนง. ก็จะยก "ปาท่องโก๋" กับ "น้ำชา" มาวางให้ที่โต๊ะแบบนี้
จากนั้นรอไม่นานโจ๊กที่สั่งไปก็มาเสิร์ฟ

ของเราเป็น "โจ๊กรวมมิตรเครื่องใน"
ในชามมีเครื่องในกับหมูสับ แต่ไม่ได้ใส่ไข่ ถ้าใส่ไข่ต้องสั่งเพิ่ม

ส่วนของพ่อตัวดีเป็น "โจ๊กไข่เยี่ยวม้า-หมู"
ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าใส่ไข่เยี่ยวม้ากับหมูสับ แต่ชามนี้เค้าใส่ไข่ให้เลย

พอได้ชิมปุ๊บ ต้องบอกว่าเลยว่ารสชาติ "อร่อยมากๆ"
ขนาดกินที่ศูนย์อาหารก็ว่าอร่อยแล้ว ที่นี่อร่อยยิ่งกว่าอีกหล่ะ

[ 308] กิน เที่ยว เรื่อยเปื่อย Hong Kong Day 3



หน้าตา "โจ๊กไข่เยี่ยวม้า-หมู" แบบเต็มๆ
โจ๊กร้อนๆ ไข่เยี่ยวม้าเต็มๆ คำ กับหมูสับชิ้นโต กินคู่กับปาท่องโก๋
อร่อยเด็ด ... อย่าบอกใครเลยหล่ะ

สนนราคาอาหารมื้อนี้ก็ 60 HKD (~252 บ.-)

[ 308] กิน เที่ยว เรื่อยเปื่อย Hong Kong Day 3



อิ่มแล้วก็ไปกันต่อ แต่วันนี้ไม่ต้องรีบ ไปกันเรื่อยๆ เพราะไม่มีโปรแกรมอะไรมากมาย
นอกจากเดินเล่นเก็บตกตามสถานที่ต่างๆ เท่านั้น

-:- บรรยากาศบนถนน Nathan ยามเช้า -:-
[ 308] กิน เที่ยว เรื่อยเปื่อย Hong Kong Day 3



จุดหมายต่อไปคือ "Central Mid-Levels Escalators"
ซึ่งเป็นบันไดเลื่อนกลางแจ้งที่ยาวที่สุดในโลก ที่ยาวกว่า 800 ม.

การเดินทางก็นั่งรถไฟ MTR จากสถานี Jordan ไปลงที่สถานี Central แล้วใช้ทางออก Exit C
จากนั้นก็ให้เลี้ยวขวาแล้วเดินไปเรื่อยๆ ระหว่างทางก็จะมีป้ายบอกทางเป็นระยะๆ

ถึงแล้วจ้า "บันไดเลื่อนกลางแจ้งที่ยาวที่สุดในโลก"
บันไดนี้สร้างเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชาชนในการขึ้น-ลงเขาให้สะดวกมากขึ้น
ต้องนับว่าฮ่องกงนี่มีความเอาใจใส่ในชีวิตของประชาชนมากๆ เลยนะเนี่ย

แต่เนื่องจากบันไดนี้สามารถเลื่อนขึ้นหรือลงได้ทางเดียว จึงต้องมีการระบุเวลาเปิดเลื่อนขึ้นหรือลง
โดยช่วงเช้า 06.00-10.20 น. จะเปิดให้เลื่อนลงอย่างเดียว
เพืออำนวยความสะดวกให้คนทำงานได้ลงมาจากด้านบน

และตั้งแต่เวลา 10.20 น. เป็นต้นไป (จำเวลาสิ้นสุดไม่ได้อ่ะค่ะ) จะเปิดให้เลื่อนขึ้นอย่างเดียว
ส่วนเวลาช่วงที่เปิดให้ขึ้นหรือลงอย่างใดอย่างหนึ่ง เราก็ยังสามารถขึ้น-ลงได้ปกติ
โดยใช้บันไดข้างๆ บันไดเลื่อนค่ะ

นอกจากบันไดนี้จะช่วยอำนวยความสะดวกให้ประชาชนในการขึ้น-ลงเขาแล้ว
ด้านบนก็ยังมีร้านค้าและร้านอาหารที่น่าสนใจอยู่อีกเป็นจำนวนมากๆ เป็นระยะๆ
ซึ่งเราก็สามารถแวะตามร้านค้าเหล่านี้ได้ เนื่องจากบันไดนี้ไม่ได้สร้างให้เลื่อนยาวต่อเนื่องกันไป

แต่วันนี้น่าเสียดาย เพาะตอนที่เราไปถึงเพิ่งเป็นเวลาเกือบๆ 10 โมงเท่านั้น
ดังนั้นถ้าจะรอให้บันไดเลื่อนขึ้นก็กินเวลาอีกหลายนาทีอยู่
เราก็เลยไม่ได้ลองขึ้นไปด้านบนกันจ้ะ

[ 308] กิน เที่ยว เรื่อยเปื่อย Hong Kong Day 3



จากบันไดเลื่อน เราก็เดินไปตามทางเชื่อมอีกฝั่ง
เพื่อไปยังถนน Des Voeux Central กัน

บนถนนเส้นนี้ นอกจากจะมีร้านรวงต่างๆ ให้เดินชมกันแล้ว
ก็ยังมี Highlight อีกอย่างที่ไม่ควรพลาด นั่นคือการนั่ง "รถราง 2 ชั้น" เพื่อชมเมือง

โดยรถรางของที่นี่เรียกว่า "เต๊ง เต๊ง (Ding Ding)" ตามเสียงของระฆังในรถ
ถือเป็น 1 เอกลักษณ์ที่ฮ่องกงยังคงเก็บรักษาไว้
แม้ว่าการคมนาคมจะพัฒนาก้าวหน้าไปมากแค่ไหนก็ตาม

วิธีการเดินทางนี้นอกจากจะสะดวกสบายแล้ว ก็ยังประหยัดอีกด้วย
เพราะสนนราคาต่อเที่ยวก็แค่ 2 HKD (~8.4 บ.-) เท่านั้น
ส่วนการชำระเงินก็ใช้ได้ทั้งเงินสดแล้วก็ Octopus Card จ้ะ

อ่อ!!! อีกอย่าง ... เวลาจะขึ้นรถรางก็ให้เดินข้ามไปรอที่
สถานีรถรางที่อยู่กลางถนนได้เลย
ส่วนเวลาขึ้นก็ให้ขึ้นด้านหลัง ลงด้านหน้าพร้อมกับชำระเงินค่าโดยสาร
แล้วถ้าอยากได้บรรยากาศในการชมวิวสวยๆ ก็ให้เลือกนั่งบนชั้น 2 นะจ๊ะ

-:- รถราง Ding Ding สีสันสดใส -:-
[ 308] กิน เที่ยว เรื่อยเปื่อย Hong Kong Day 3



จากสถานี้รถรางบนถนน Des Voeux Central
เราก็กระโดดขึ้นนั่งรถโดยไม่ได้ดูสายเลย เพราะจริงๆ จะนั่งสายไหนก็ได้
เพียงแต่จะลงที่ไหนก็สังเกตกันให้ดีๆ หน่อยเท่านั้น

โดยจุดหมายต่อไปของเราคือ "Causeway Bay"
ซึ่งเป็นแหล่ง Shopping ในฝั่งฮ่องกง เป็นศูนย์รวมของห้างๆ ต่างๆ มากมาย ทั้ง Brandname และ Local
ไม่ว่าจะเป็น Time Square, Lane Crawford, Sogo, Lee Gardens ฯลฯ
รวมทั้ง Shop ต่างๆ เช่น LV, Chanel, Prada ฯลฯ ก็มีอยู่ในย่านนี้ทั้งหมด
เรียกได้ว่าเดินกันห้างต่อห้างเลยหล่ะ

เรานั่งรถรางมาลงที่ย่านนี้ เพราะต้องการแค่เดินเล่นชมบรรยากาศเท่านั้น
ส่วนเรื่อง Shopping ไม่ใช่ไม่มีของอะไรที่จะซื้อนะคะ
ของหน่ะมีเยอะ แต่ดูๆ ไปแล้วก็ไม่ค่อยมีอะไรที่เราสนใจเท่านั้นเอง
ก็เลยไม่ได้อะไรติดไม้ติดมือกลับมาเลยหล่ะ

-:- บนถนนตรงข้ามห้าง Sogo ย่าน Causeway Bay -:-
[ 308] กิน เที่ยว เรื่อยเปื่อย Hong Kong Day 3



เดินเล่นอยู่ในย่าน Causeway Bay กันเสร็จ
เราก็นั่งรถไฟ MTR จากสถานี Causeway Bay ไปที่ Mong Kok กันต่อ
เพราะวันนี้เรามีแผนจะไปลองชิมร้านอาหารแปลกใหม่ร้านหนึ่งที่หาข้อมูลมาได้กัน

"Modern Toilet" คือร้านอาหารที่ใช้สุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำ
ไม่ว่าจะเป็นโถชักโครก โถปัสสาวะชาย หรืออะไรก็แล้วแต่ที่อยู่ในห้องน้ำมาตกแต่งร้าน
เป็นร้านแปลกสไตล์ใหม่แบบที่เราเคยเห็นในรายการทีวีและ fwd. mail
โดยร้านแบบนี้มีต้นตำรับอยู่ที่ใต้หวัน

ครั้งนี้พอได้ข้อมูลมาว่าที่ฮ่องกงก็มีร้านแบบนี้ด้วย
เรา 2 คนก็เลยไม่พลาด ต้องบรรจุร้านนี้ในโปรแกรมเพื่อขอมาสัมผัสบรรยากาศกันซะหน่อย

:: พิกัดร้าน & การเดินทาง ::
ร้าน Modern Toilet อยู่ที่ชั้น 3 ตึก MPM ย่าน Mongkok
การเดินทางก็ให้นั่งรถไฟ MTR มาลงที่สถานี Mong Kok จากนั้นใช้ทางออก Exit C4
ออกมาแล้วก็เดินตรงมาถึงแยกก่อนจะเลี้ยวซ้าย
ตึก MPM จะอยู่ซ้ายมือตรงข้ามห้าง Longtham Place และมีป้ายบอกชัดเจน

.
.

ถึงตึก MPM แล้วก็ขึ้นไปที่ชั้น 3 กันเลย
แค่ด้านหน้าร้านก็ทำได้น่ารักแล้ว

[ 308] กิน เที่ยว เรื่อยเปื่อย Hong Kong Day 3



เดินเข้าไปในร้านเลือกที่นั่งกันเลยดีกว่า
วันนี้เป็นวันธรรมดา(วันอังคาร) เลยยังไม่ค่อยมีคนซักเท่าไหร่

นั่งเสร็จ พนง. ก็จะเอาเมนูมาให้เราดู
โดยเมนูที่ได้มาจะมีทั้งเมนูปกติและเมนูอาหารกลางวันราคาพิเศษ(สำหรับวันธรรมดา)

สำหรับอาหารเมนูปกติ ซึ่งเป็นอาหารจานเดียวนั้น ราคาออกจะค่อนข้างแพง
คือจะมีราคาตั้งแต่ ~70 HKD (~294 บ.-) ขึ้นไป
แถมรายการอาหารส่วนใหญ่ก็ไม่ใช่อาหารฮ่องกงอีกต่างหาก

เราเลยเลือกดูและสั่งอาหารในเมนูอาหารกลางวันราคาพิเศษ
เพราะตั้งใจมาทานเอาบรรยากาศมากกว่าจะอยากชิมรสชาติอาหาร

ส่วนราคาอาหารเมนูนี้อยู่ที่ราคาชุดละ 29 HKD (~122 บ.-) เท่านั้น
แถมในชุดอาหารนี้ก็รวมเครื่องดื่มให้แล้วด้วย

สั่งอาหารเสร็จแล้วก็ไปเดินถ่ายรูปบรรยากาศในร้านกันซะหน่อย

-:- บรรยากาศในร้านส้วม -:-
[ 308] กิน เที่ยว เรื่อยเปื่อย Hong Kong Day 3



โคมไฟของร้านก็ยังเป็นรูป "อึ" เลยอ่ะ
ส่วนผนังด้านข้างก็ใช้ "โถปัสสาวะชาย" มาตกแต่ง
... เท่ห์ดีมั๊ยหล่ะ

[ 308] กิน เที่ยว เรื่อยเปื่อย Hong Kong Day 3



ถ่ายรูปเสร็จก็กลับมานั่งรออาหาร
ซักพักอาหารก็มาเสิร์ฟ

ชุดนี้เป็นอาหารของพ่อตัวดี "หมูผัดซอสเกาหลี"
เสิร์ฟมาในโถชักโครกสีดำ พร้อมข้าว 1 ถ้วย

[ 308] กิน เที่ยว เรื่อยเปื่อย Hong Kong Day 3



ดูกันชัดๆ อีกที

[ 308] กิน เที่ยว เรื่อยเปื่อย Hong Kong Day 3



รูปนี้เห็นชัดๆ กันไปเลยว่า
อาหารในโถชักโครกหน้าตาเป็นยังไง

[ 308] กิน เที่ยว เรื่อยเปื่อย Hong Kong Day 3



ส่วนจานนี้ของเรามาทีหลัง "สปาเก็ตตี้ซอสเนื้อผัดพริกไทยดำ"
เสิร์ฟมาในฝาชักโครกสีดำเข้าชุดกับโถชักโครกของพ่อตัวดีเลย

[ 308] กิน เที่ยว เรื่อยเปื่อย Hong Kong Day 3



ส่วนนี่เป็นน้ำชาที่แถมมาในชุดอาหาร - (หลัง) "ชาดำ" & (หน้า) "ชาเขียวมะลิ"
เสียดายที่เครื่องดื่มในชุดไม่ได้เสิร์ฟมาในแก้วที่เป็นโถปัสสาวะชาย
แบบว่าเห็นของโต๊ะอื่นเค้าเป็นแบบนั้นอ่า สงสัยถ้าอยากได้ต้องเพิ่มเงิน

[ 308] กิน เที่ยว เรื่อยเปื่อย Hong Kong Day 3



สมัยก่อนที่ดูในรายการทีวีก็คิดว่า "เค้ากินกันไปได้ยังไง"
ตอนแรกๆ ที่ไปยังคิดเลยจะกล้ากินหรือเปล่า เพราะอาหารเสิร์ฟมาในอุปกรณ์แบบส้วมๆ
แต่พอไปนั่งทานจริงๆ แล้วจะบอกว่าไม่ได้รู้สึกอะไรกับมันเลยหล่ะ

หลังจากได้ชิมรสชาติอาหารแล้ว ก็ต้องบอกว่า "รสชาติธรรมดา" คือทานได้ แต่ไม่อร่อย
ส่วนรสชาติของน้ำชาจะออกหวานๆ ไม่ใช่ชารสธรรมชาติ และชาดำจะรสชาติดีกว่าชาเขียวมะลิ
แต่ถ้าไม่ชอบชา ก็สามารถเพิ่มเงินอีก 10 HKD/ชุด (~42 บ.-) เลือกเป็นน้ำอื่นๆ ก็ได้จ้ะ

ตบท้ายอาหารมื้อนี้ด้วย "ไอศครีมอึ"
เป็นไอศครีมรสช็อคโกแลต ราคาถ้วยละ 18 HKD (~76 บ.-)
เค้าก็เสิร์ฟมาในอ่างอาบน้ำแบบนี้เลย

[ 308] กิน เที่ยว เรื่อยเปื่อย Hong Kong Day 3



ต้องทำหน้าเหม็นๆ ให้เข้ากะ theme ซะหน่อย

[ 308] กิน เที่ยว เรื่อยเปื่อย Hong Kong Day 3



สรุปเรื่องรสชาติอาหาร
สำหรับร้าน Modern Toilet นี้ก็ค่อนข้างจะธรรมดาๆ
แต่ถ้าอยากได้ความแปลกใหม่หล่ะก็ ต้องไปลอง
ส่วนค่าอาหารมื้อนี้ทั้งหมดก็ 100 HKD (~420 บ.-) ไม่ขาดไม่เกินจ้ะ

ทานอาหารกลางวันเสร็จแล้วก็ใช้เวลาเดินย่อย shopping
ของส่วนใหญ่ที่ซื้อมาก็เป็นของจุกจิกตามร้าน Sasa, Bonjour, Watsons
ที่มีให้เห็นกันดาดดื่นทั่วไปในเกาะฮ่องกง

shopping เสร็จแล้วก็มานั่งพักที่ร้านกาแฟ Starbucks
มาที่นี่ทุกวันก็ต้องเดินหาร้านนี้ทุกวันด้วย แบบว่าไปไหนก็ขาดเธอไม่ได้

-:- Starbucks @Longtham Place -:-
[ 308] กิน เที่ยว เรื่อยเปื่อย Hong Kong Day 3



~บ่าย 3 กว่าๆ ก็นั่งรถไฟ MTR กลับมาที่ Tsim Sha Tsui
กลับมาเดินเล่นเข้าซอยนั้น ออกซอยนี้กันไปเรื่อย
เก็บตกดูบรรยากาสร้านค้าช่วงกลางวันกันบ้าง หลังจากเห็นแต่ช่วงเช้ากับค่ำ

เดินกันจนเมื่อยแล้ว เกือบๆ 5 โมงเย็นก็กลับไปเอากระเป๋าที่โรงแรม
แล้วก็ลากกระเป๋ากลับไปรอรถ Shuttle Bus ที่หน้าโรงแรม Holiday Inn Golden Mile
เพื่อเดินทางไปยังสถานี Kowloon กัน

โดยป้ายรถที่ไปรอก็เป็นป้ายเดียวกับตอนขามานั่นแหล่ะ
เพราะว่ารถ Shuttle Bus จะวิ่งวนเป็นเส้นเดียวแล้วก็วกกลับไปที่สถานีต้นทาง
จำแค่ว่าลงป้ายไหนขึ้นป้ายนั้นก็พอ

ใช้เวลานั่งรถ ~15 นาทีก็มาถึงสถานี Kowloon
ลากกระเป๋าเข้าไปรอที่ชานชาลา
ใช้เวลาในการเดินทางเท่าๆ กับตอนขามา
เราก็กลับมายืนอยู่ที่สนามบิน Check Lap Kok กันอีกครั้ง

ระหว่างที่รอเคาท์เตอร์ Check-in ของสายการบิน Air Asia เปิด
เราก็จัดการเอาบัตรโดยสาร Airport Express (AE) ไปคืนที่เคาท์เตอร์ที่ Terminal 1 กันก่อน
(เคาท์เตอร์ Check-in ของสายการบิน Air Asia อยู่ Terminal 2)

โดยในการคืนบัตร AE เราจะได้เงินค่ามัดจำคืนบัตรละ 50 HKD (~210 บ.-)
บวกกับเงินทั้งหมด(ที่เติมเข้าไปในบัตร)ที่เหลือจากการใช้
(แต่ถ้าไม่ได้เติมเงินก็จะได้แค่เงินมัดจำคืน)

จากนั้นเราก็กลับมาที่ Terminal 2 เพื่อรอ Check-in อีกครั้ง
Check-in เสร็จเพิ่งนึกได้ว่ายังไม่ได้ส่ง Postcard กลับไปหาตัวเอง
เลยต้องเดินกลับไปที่ Terminal 1 เพื่อไปส่ง Postcard อีกครั้ง

แต่ก่อนส่งต้องไปเดินหาซื้อ Postcard ก่อน
ซื้อเสร็จก็เอากลับมายืนเขียนในที่ทำการไปรษณีย์นั่นแหล่ะ
จากนั้นก็ไปติดต่อที่เคาท์เตอร์จ่ายเงินแสตมป์ 2.4 HKD (~11 บ.-)

จากนั้นก็ต้องเอา Postcard ออกมาหยอดที่ตู้ด้านหน้าเองแบบนี้

-:- Hong Kong Post @ Chek Lap Kok Airport -:-
[ 308] กิน เที่ยว เรื่อยเปื่อย Hong Kong Day 3



ส่ง Postcard เสร็จ ยกนาฬิกาขึ้นดู
ตอนนี้เป็นเวลาทุ่มกว่าๆ แล้ว เวลา Boading Time คือ 20.10 น.
นี่ยังม่ะได้ shopping ที่ด้านใน Duty Free ของเค้ากันเลยหล่ะ
แต่ดูเวลาแล้วก็สงสัยว่าคงจะไม่ทันซะแล้วหล่ะ

แล้วก็ไม่ทันจริงๆ เพราะกว่าจะผ่านด่าน ต.ม.
กว่าจะเดินไปขึ้นรถไฟไปที่ Gate อีก
ถึง Gate ก็เกือบๆ จะถึงเวลา Boarding Time พอดี
จบกันว่าจะมาซื้อของฝากที่นี่ เลยต้องกลับกันมาตัวเปล่าเลยหล่ะ

เวลา 20.40 น. เที่ยวบินที่ FD 3719 ก็พาเราเหินฟ้ากลับสู่ประเทศไทย
เราถึงสนามบินก่อนเวลา ~20 นาที
ออกมารับกระเป๋า และของที่ช้อปไว้ก่อนไปที่ Duty Free
แล้วก็ไปเอารถ ขับกลับบ้านกัน

แต่ทริปท่องเทื่ยวของเรายังไม่จบเท่านี้
เพราะกลับบ้านไปอีกไม่กี่ชั่วโมงเราก็ต้องกลับมาที่สนามบินกันอีก
เพราะว่าเราจะบินไปเที่ยว "เชียงใหม่-ปาย" กันต่อเลย
ยังไงไว้ติดตามกันตอนต่อไปนะคะ

.
.

สำหรับทริปนี้ถือว่าเป็นทริปเก็บตก "ฮ่องกง" อย่างสมบูรณ์แบบของเรา 2 คน
เพราะได้ไปครบที่อยากไปทั้ง "วัดโปลิน"
ได้นั่ง "กระเช้าหนงปิง 360 องศา"
ได้ไปเติมเต็มความฝันที่ "Hong Kong Disneyland"
แถมได้กิน ได้เที่ยว อย่างเต็มที่อีก
ถ้ามีโอกาสคงได้กลับไปอีกนะ
.
.

** อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ณ 22 พ.ค. 53 **
1 HKG = 4.20 บ.-

     Share

<< [#307] กิน เที่ยว เรื่อยเปื่อย @Hong Kong :: Day 2[#309] Northern Trip :: Day 1 @Chiangmai >>

Posted on Thu 17 Feb 2011 15:11

 

 

 

[#313] รางวัลจากความขยัน(เขียน)
[#312] Northern Trip :: Day 4 @Pai-Chiangmai ~วันสุดท้ายของการเดินทาง
[#311] Northern Trip :: Day 3 @Pai-Maehongson
[#310] Northern Trip :: Day 2 @Chiangmai-Pai
[#309] Northern Trip :: Day 1 @Chiangmai
[#308] กิน เที่ยว เรื่อยเปื่อย @Hong Kong :: Day 3
[#307] กิน เที่ยว เรื่อยเปื่อย @Hong Kong :: Day 2
[#306] กิน เที่ยว เรื่อยเปื่อย @Hong Kong :: Day 1
[#305] Air Asia กับโปรตั๋ว 0 บ.- ที่สอยมาได้
[#304] ในวันที่ฉันอยากร้องไห้
[#303] เตรียมตัวไปเที่ยว Hong Kong / Chiangmai / Pai


Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 

แจ่มมากเลยค่ะ ว่าแต่เที่ยวบิน FD 3719 อันนี้ขี้นเครื่องบินที่ไหนหรอค่ะจากHK
aomy12   
Fri 10 Feb 2012 22:25 [5]

เสียดายมากๆที่คุณตุ๊กไม่มา
นิดอยากเจอคุณตุ๊กด้วย กะคุยเรื่องทริปฮ่องกงเลยละ
แต่ว่าคุณตุ๊กมีธุระนี่นาเน๊อะ ไว้มีโอกาสเราคงได้เจอกันน๊า


แต่เมื่อวานนิดก็ได้คุยน้อยกว่าคนอื่นเลยเพราะไปถึงช้าอ่ะคะ
{t@mygirldiary,   
Sun 6 Jun 2010 17:02 [4]

ตามไปอ่านมาแล้ว ภาพแจ๋วแหว๋วเลย แต่ก็อยากถามว่า "กินเข้าไปได้ไงคะ" อิ อิ ร้านน่ารักแต่ไม่เหมาะกับการกิน
   
Sun 6 Jun 2010 16:56 [3]

ใช้ตำราเล่มเดียวกันเลยจ้า....ของเค้าดีเจงๆ เน๊าะ
babe   
Fri 4 Jun 2010 21:30 [2]

อาจุมมี่ อยากกินโจ๊กอ่ะ น่ากินเชียว แล้วได้ขึ้นรถเขียวๆข้างหลังนั่นบ้างหรือเปล่าหรือว่านั่งแต่ MTR

แล้วจะรอไปเที่ยวเชียงใหม่ต่อนะจ๊ะ
com   
Fri 4 Jun 2010 17:28 [1]

 

 

Theme by : tarn & youhowto