Bali 2009
Hong Kong 2010
Singapore 2010 (Universal Studios Singapore)
Nan-Chiangmai 2010
Chiangmai 2011
Japan 2011
Korea 2011

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

[#306] กิน เที่ยว เรื่อยเปื่อย @Hong Kong :: Day 1

 

23-25 พ.ค. 2553
กิน เที่ยว เรื่อยเปื่อย @Hong Kong

[ 306] กิน เที่ยว เรื่อยเปื่อย Hong Kong Day 1
[ 306] กิน เที่ยว เรื่อยเปื่อย Hong Kong Day 1

วันอาทิตย์
23 พ.ค. 2553

Bangkok - FD3712 - Suvarnabhumi Airport - Hong Kong -
Chek Lap Kok International Airport - Airport Express - Kowloon -
The Imperial Hotel Nathan - Tsim Sha Tsui - Food Republic -
Victoria Harbour - Mong Kok - A Symphony of Lights - Yoshinoya




ทริปนี้ได้อานิสงค์จากตั๋วโปรโมชั่น 0 บ.- ของ Air Asia ซึ่งจองมานานกว่า 8 เดือน
ก่อนออกเดินทางเพียง 2 สัปดาห์ บ้านเมืองก็เกิดความวุ่นวาย จนถึงขั้นประกาศเคอร์ฟิวร์
ทำให้เราต้องลุ้นก่อนออกเดินทางว่า เที่ยวบินของเราจะ retime หรือไม่
ในที่สุดก็ไม่พ้นโดน retime จริงๆ
จากที่ต้องออกเดินทางเวลา 06.30 น. ก็เลื่อนเป็นเวลา 08.00 น.

แถมเรื่องที่ทำให้ขัดใจก็คือ Air Asia เลื่อนเวลาเดินทาง
แต่กลับไม่มีการแจ้งล่วงหน้า ทั้งๆ ที่ปกติจะต้องมีการแจ้งผ่านทาง sms
แต่ที่เรารู้ เพราะโทรไปสอบถามด้วยตัวเอง โทรไปก็ต้องรอตั้งนานกว่าจะมีพนักงานมารับสาย
สุดท้ายไปได้ sms แจ้งตอนเวลา 5 ทุ่มครึ่ง
ไม่คิดว่าลูกค้าหลับไปแล้วหรือไงเนี่ย

และจากการที่ flight ถูก retime
เลยทำให้แผนเที่ยวที่วางไว้ต้องมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย แต่ก็ไม่ถึงกับเสียแผนอะไรมากมาย
เพราะว่าทริปนี้เราแค่ไปเก็บตกฮ่องกงอีกเพียง 2-3 ที่เท่านั้น

.
.

เช้านี้เราออกจากบ้านกันตอนตี 4 กว่าๆ ทั้งๆ ที่ยังไม่หมดเวลาเคอร์ฟิวร์
เลยทำให้ถนนหนทางค่อนข้างโล่ง
นานๆ จะมีรถสวนมาซักคัน เป็นภาพที่ดูแปลกตาซะจริงๆ

ส่วนที่ต้องออกจากบ้านกันเร็วทั้งๆ ที่ flight ก็เลื่อนเวลา
ก็เพราะว่าเราจะขับรถไปจอดที่สนามบินนั่นเอง
เนื่องจากเกรงว่าถ้ารอหมดเวลาเคอร์ฟิวร์คือตี 5 แล้วค่อยออกไปรอรถ
กว่าจะได้ขึ้นรถแท็กซี่ก็อาจจะไปถึงสนามบินช้า
แล้วเราก็ต้องไปรับของที่ช็อปไว้ก่อนหน้านี้ แถมยังต้องซื้อของที่เพื่อนๆ ฝากซื้ออีก
เลยคิดว่าขับรถไปเองก็น่าจะสะดวกกว่า
แต่ถึงไม่คิดเรื่องเผื่อเวลาไว้ ก็คงต้องขับรถไปเองอยู่ดี เพราะวันนี้ฝนตกแต่เช้า

ไปถึงสนามบิน ก็วนรถไปดูที่ "ลานจอดรถระยะยาว" กันก่อน
เพราะที่นี่มีค่าใช่จ่ายในการจอดรถแค่วันละ 140 บ.- เท่านั้น
ในขณะที่ถ้านำไปจอดไว้ที่ "อาคารจอดรถ" ที่เชื่อมต่อกับอาคารผู้โดยสารนั้น
ค่าใช้จ่ายจะตกถึงวันละ 250 บ.-
แต่พอไปดูที่จอดรถจริงๆ แล้วก็ไม่กล้าจอดรถทิ้งไว้
เพราะเวลานั้นฝนก็ตก แถมทั้งมืดและเปลี่ยวอีกต่างหาก
สุดท้ายเลยขับรถไปจอดที่อาคารจอดรถดีกว่า

จอดรถเสร็จก็เดินไปรอ check-in ที่อาคารผู้โดยสารชั้น 4
กว่าจะได้ check-in ก็ตี 5 กว่า เสร็จแล้วก็ไปทานอาหารเช้าที่ S&P
ก่อนจะเข้าไป shopping และรับของที่ซื้อไว้ใน King Power

.
.

เวลา 08.00 น. เที่ยวบินที่ FD 3712 ก็พาเราเหินฟ้าสู่ฮ่องกง
เรามาถึงสนามบิน Check Lap Kok ในเวลา 11.45 น.

พอผ่าน ต.ม. ออกมาได้ก็มารอรับกระเป๋าที่สายพาน
มาถึงตรงนี้ก็มีเรื่องให้เซ็งอีก เพราะกุญแจล็อคกระเป๋าหายไป
เลยทำให้ต้องไปหาซื้อกุญแจใหม่ในตอนหลังอีก
แถมม่ะรู้ว่าไปหายตอนไหนด้วยนะเนี่ย

รับกระเป๋าได้ก็เดินออกมาตามป้าย Train to City
แล้วก็จะเจอเคาท์เตอร์ Train Tickets
จากนั้นก็จัดการไปติดต่อขอซื้อตั๋วรถไฟฟ้าเพื่อเดินทางเข้าไปในเมือง

ซึ่งวิธีการเดินทางเข้าเมืองนั้นก็มีหลายวิธี
แต่การนั่งรถไฟฟ้า "Airport Express" หรือ AE นี้เป็นวิธีที่ "เร็วที่สุด"
และได้รับการการันตีเลยว่า "24 minutes to City"

แต่วิธีนี้ก็ถือว่าเป็นวิธีการเดินเข้าเมืองโดยรถสาธารณะที่แพงทึสุดเช่นกัน
ดังนั้นสำหรับใครที่มีเวลาค่อนข้างเยอะและไม่รีบร้อน
ก็ลองศึกษาวิธีการเดินทางเข้าเมืองแบบอื่นๆ ดูก็ได้ เพราะจะประหยัดกว่า แต่ก็เสียเวลากว่าเช่นกัน

.
.

สำหรับตั๋ว AE นี้ก็มีให้เลือกอีกหลายแบบ
รายละเอียดลองเข้าไปอ่านได้ที่
www.mtr.com.hk/eng/airport_express/tf_index.html

ส่วนตั๋ว AE แบบที่เราเลือกใช้ครั้งนี้คือ "Airport Express Travel Pass"
ซึ่งมีให้เลือกทั้งแบบขาเดียวและไปกลับ
เพื่อความสะดวกในการเดินทาง เราเลยเลือกแบบ "ไป-กลับ"
ในสนนราคาใบละ 300 HKD (~1,260 บ.-)
(เป็นเงินค่ามัดจำบัตร 50 HKD ซึ่งจะได้เงินคืนตอนนำบัตรไปคืน)

โดยบัตรแบบนี้จะสามารถใช้เดินทางระหว่างสนามบินกับในเมืองได้ 2 เที่ยวไปกลับ
และพิเศษตรงที่สามารถใช้โดยสารรถไฟฟ้า MTR (ยกเว้นบางสาย) ได้อย่างไม่จำกัดภายใน 3 วัน

และหากต้องการนำบัตรไปชำระค่าโดยสารรถเมล์, รถราง หรือเรือ
หรือใช้ซื้อของใน 7-eleven ก็เพียงแค่เติมเงิน(ขั้นต่ำ 50 HKD) เข้าไปในบัตร
ก็สามารถนำไปใช้ได้แล้ว

ได้บัตรสารพัดประโยชน์อย่าง AE อยู่ในมือแล้ว
ก็ลากกระเป๋าเดินตามป้าย Train to City เพื่อไปขึ้นรถไฟกันได้เลย

-:- บรรยากาศภายในรถ AE - สะอาด สะดวก สบาย -:-
[ 306] กิน เที่ยว เรื่อยเปื่อย Hong Kong Day 1



สำหรับ AE นี้จะจอดให้ขึ้น-ลงได้ 3 สถานีเท่านั้น
คือ สถานี Tsing Yi, Kowloon และ Hong Kong

โดยเราจะลงที่สถานีไหนนั้น ก็ขึ้นอยู่กับที่พักที่เราเลือกว่าอยู่ที่ไหน
อย่างโรงแรมที่เราเลือกพักอยู่ที่ฝั่งเกาลูน เราก็ไปลงที่สถานี Kowloon
ซึ่งจะใช้เวลาในการเดินทาง 23-24 นาทีเป๊ะๆ เร็วจริงๆ
เพราะครั้งแรกที่ไปกับทัวร์ ใช้เวลาในการนั่งรถบัสเข้าเมืองเป็นชั่วโมงๆ แหน่ะ

พอถึงจุดหมายปลายทางของเราที่ "สถานี Kowloon" แล้ว
ก็ไม่ต้องห่วงว่าจะเดินทางไปโรงแรมลำบาก
เพราะเราสามารถต่อรถ MTR หรือ Free Shuttle Bus ไปที่โรงแรมได้เลย
ขึ้นอยู่กับว่าวิธีไหนสะดวกกว่า (ขึ้นกับทำเลของโรงแรม)

อย่างโรงแรมที่เราเลือกพักซึ่งก็คือ "The Imperial Hotel" นั้น
ถึงจะไม่มี Shuttle Bus วิ่งจอดถึงด้านหน้าโรงแรม
แต่ก็ยังมีรถ Shuttle Bus สาย "K3" วิ่งไปจอดด้านหน้าโรงแรม Holiday Inn Golden Mile
ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับโรงแรมของเราได้อยู่ดี
และจากตรงป้ายที่รถจอดก็สามารถเดินลากกระเป๋าไปอีกไม่ไกลก็ถึงโรงแรมแล้ว

โดยการใช้บริการ Shuttle Bus นั้น
พอลงรถไฟฟ้า MTR ที่สถานีปลายทางแล้วก็เดินไปตามป้าย Shuttle Bus ได้เลย
และใช้เวลาในการนั่งรถ Shuttle Bus จากสถานี Kowloon
มาประมาณ 10 นาที ก็ถึงโรงแรมของเราแล้ว

-:- The Imperial Hotel, Nathan -:-
[ 306] กิน เที่ยว เรื่อยเปื่อย Hong Kong Day 1



สำหรับโรงแรมนี้เราหาข้อมูลจากเวปไซต์ต่างๆ เหมือนเคย
และทำการจองโรงแรมผ่านเวปไซต์ booking.com
ซึ่งเป็นเวปเจ้าประจำที่เราใช้จองโรงแรมเกือบทุกครั้งที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศ

เพราะมีข้อดีคือ

(1) เวปไซต์ปลอดภัย เชื่อถือได้

(2) ไม่มีการเรียกเก็บเงินทันทีที่ทำการจอง
แต่ขั้นตอนการกรอกข้อมูลบัตรเครดิตนั้น จะใช้เพื่อการันตีการจองเท่านั้น
แล้วก็ไปจ่ายเงินโดยตรงกับทางโรงแรมตอนเข้าพักได้เลย

(3) สำคัญที่สุดคือ สามารถยกเลิกการจองได้ช้าสุด 3 วันก่อนการเดินทาง
โดยไม่เสียค่าปรับใดๆ ทั้งสิ้น*
(* ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละโรงแรม ซึ่งต้องดูว่าเป็นราคาแบบ non-refundable หรือไม่)

ซึ่งข้อนี้ทำให้เราสามารถเลือกจองโรงแรมที่เราต้องการไปได้ก่อน และค่อยๆ มาดูโรงแรมอื่นๆ ต่อไปได้อีก
และถ้าไม่พอใจโรงแรมเก่าก็ยกเลิก แล้วก็จองโรงแรมใหม่ได้เลย *

หรืออีกกรณีที่เราเจอบ่อยๆ ก็คือ มีการปรับราคาห้องพักให้ถูกลง
ซึ่งถ้าเราเห็นว่าราคาใหม่ถูกกว่า ก็สามารถยกเลิกการจอง booking เก่า
แล้วทำการจองเข้าไปใหม่ก็ทำได้อีกเหมือนกัน

ซึ่งหลังจากที่เราเปรียบเทียบราคาโรงแรมที่เราเลือกจากเวปไซต์ต่างๆ แล้ว
ก็เห็นว่าราคาในเวปไซต์ booking.com แพงกว่า agoda.com แค่ร้อยกว่าบาท
แต่แลกกับว่ายังไม่ต้องจ่ายเงินไปก่อน และยังเปลี่ยนใจไปเลือกโรงแรมอื่นๆ ในตอนหลังได้อีก
ก็เลยเลือกที่จะจองผ่าน booking.com ไป

* ควรทำการเช็คราคาจากหลายๆ เวปไซต์ ก่อนการจองโรงแรมทุกครั้ง *
** ส่วนการจองผ่าน booking.com ให้ระวังเรื่องราคาแบบ non-refundable ด้วย **

.
.

มาถึงเรื่องโรงแรม "The Imperial Hotel" นั้น
ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ซึ่งต้องลองเปรียบเทียบกันว่าถูกใจหรือไม่

ข้อดี คือ ทำเลที่ตั้งของโรงแรม ตั้งอยู่ริมถนนใหญ่ บนถนน Nathan ซึ่งเป็นแหล่ง Shopping
เรียกว่าเดินลงจากโรงแรมก็ Shoppping ได้เลย
แถมร้าน Brandname หรูๆ อย่าง LV, Chanel, Prada ฯลฯ ก็อยู่ใกล้ๆ ด้วยนะจะบอกให้

ส่วนเรื่องการเดินทางไปไหนมาไหนก็สะดวก
เพราะโรงแรมอยู่ตรงข้ามสถานีรถไฟฟ้า MTR สถานี Tsim Sha Tsui (Exit E)
แค่เดินข้ามถนนก็ถึงสถานีรถไฟฟ้าแล้วหล่ะ

ส่วนสถานที่น่าสนใจใกล้ๆ โรงแรม อย่างเช่นอ่าววิคทอเรีย (Victoria Harbour)
ก็ใช้เวลาเดินจากโรงแรมไปแค่ 5-10 นาทีเท่านั้น

เรียกได้ว่าทำเลดีมากๆ
แถมกลับมาดึกๆ เที่ยงคืนไปแล้วร้านรวงก็ยังเปิดสว่างไสวอยู่เลย

ข้อเสีย คือ ห้องเล็ก เก่า แถมอับอีกต่างหาก
ทั้งๆ ที่เป็น Non-Smoking Floor แล้วนะ
แต่พอเอากระเป๋าไปเก็บ เปิดแอร์ทิ้งไว้ กลับมาอีกทีก็ไม่ค่อยรู้สึกอับเท่าไหร่แล้ว

ซึ่งตอนแรกที่หาข้อมูลโรงแรม เราก็เปรียบเทียบระหว่างข้อดี-ข้อเสียข้างต้น
กับราคาห้องที่ได้คืนละ 500.5 HKD (2,102 บ.-) ก็ยังคิดว่า ok ก็เลยจองไป

-:- ห้องพักภายในโรงแรม -:-
[ 306] กิน เที่ยว เรื่อยเปื่อย Hong Kong Day 1



จัดการ Check-in ชำระเงินค่าโรงแรม เสร็จก็เอากระเป๋าไปเก็บ
เรียบร้อยแล้วก็พร้อมลุยกันซะที

และอย่างที่บอกว่าครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ที่ไปฮ่องกงแล้ว
ถึงแม้ว่าครั้งแรกจะไปกับทัวร์ก็เถอะ แต่ว่าช่วงเวลา 1.5 วันที่ได้ Free Day
เราก็ใช้เวลาไปเดินสำรวจเส้นทางกันไว้พอสมควรแล้ว

ครั้งนี้ที่ไปเรียกได้ว่าแทบไม่ต้องเปิดแผนที่กันซะเท่าไหร่
ส่วนหนังสือที่พกไปก็จะเปิดดูเฉพาะข้อมูลร้านค้า ร้านอาหาร หรือสถานที่อีกเล็กน้อยเท่านั้น
นั่นก็เพราะว่าฮ่องกงเดินเที่ยวเองง่ายมากๆ ค่ะ
ใครที่เคยไปคงจะรู้ ส่วนใครที่ไม่เคยไปก็ไม่ต้องกลัว
แรกๆ ที่เดินอาจจะงงๆ หลงๆ บ้าง แต่พอเดินไปได้ซักพักก็จะชินไปเองค่ะ

-:- บนถนน Nathan หน้าโรงแรมที่พัก -:-
[ 306] กิน เที่ยว เรื่อยเปื่อย Hong Kong Day 1



สำหรับโปรแกรมวันนี้ไม่มีอะไรมาก(สืบเนื่องจาก flight เดินทาง retime)
เราเลยปล่อยให้วันนี้เป็นวัน Free Day เดินเรื่อยเปื่อยเที่ยวไปเรื่อยๆ แบบไม่รีบร้อน
... อยากไปไหนก็ไป อยากทำอะไรก็ทำ ...

ว่าแล้วกองทัพก็ต้องเดินด้วยท้อง
ตอนแรกเปิดหนังสือว่ามีร้านขายบะหมี่เกี๊ยว กับนกพิราบทอดอร่อยๆ อยู่ใกล้ๆ
แต่พอเดินไปถึง ปรากฎว่าไม่เจอร้านแล้วค่ะ ก็เลยหากินใน Food Republic ใกล้ๆ กันแทน

แต่ขอบอกว่า อาหารที่ฮ่องกงอร่อยเกือบทั้งนั้น
แม้กระทั่งอาหารใน Food Court ก็ยังอร่อยเลยหล่ะ

ชามนี้ของเรา "โจ๊กไข่เยี่ยวม้า" ~สไตล์ฮ่องกง
ราคา 25 HKD (~105 บ.-)

หน้าตาน่ากินแถมอร่อยอีกต่างหาก
แล้วอาหารของที่นี่ก็ชามใหญ่ ให้เครื่องกันเยอะ กินแล้วอิ่มไปนานเลยหล่ะ


[ 306] กิน เที่ยว เรื่อยเปื่อย Hong Kong Day 1



ชามนี้ของพ่อตัวดี "บะหมี่เนื้อเปื่อยฮ่องกง"
ราคา 24 HKD (~101 บ.-)
บะหมี่เส้นเล็กๆ น้ำซุปกลมกล่อม กับเนื้อเปื่อยๆ อร่อยเหมือนกัน


[ 306] กิน เที่ยว เรื่อยเปื่อย Hong Kong Day 1



ทานอาหารกลางวันเสร็จ
ก็เลยเดินไปสำรวจ "อ่าววิคทอเรีย" (Victoria Harbour) กันซะหน่อย

ใช้เวลาเดินเล่นรับลมชมวิวไปตามทางเดินที่ทอดตัวริมอ่าววิคตอเรียไปเรื่อยๆ
ถ่ายรูปมาตั้งเยอะ แต่รู้สึกว่ารูปไม่ค่อยสวยเลย เพราะวันนี้อากาศขมุกขมัวชะมัด
รูปเลยไม่ค่อยมีสีสัน จะมีพอใช้ได้ก็มีรูปนี้อยู่รูปเดียวเองนี่แหล่ะ

-:- Victoria Harbour -:-
[ 306] กิน เที่ยว เรื่อยเปื่อย Hong Kong Day 1



เดินจนสุดถนนก็วกกลับออกมาทางหลังห้าง Ocean Terminal
เห็นว่ายังเหลือเวลาอยู่อีกเยอะ กว่าจะถึงเวลาแสดงแสงสีริมอ่าววิคทอเรียในคืนนี้
เลยชวนพ่อตัวดีไปเดินเล่นย่าน "Mong Kok" กันดีกว่า

จากสถานี MTR Tsim Sha Tsui ก็นั่งรถสายสีแดงไปลงที่สถานี Mong Kok
ที่อยู่ห่างไปแค่ 3 สถานีเองได้เลย

มาถึงแล้วก็เดินเล่นดูผู้คน ดูร้านรวง กันไปเรื่อย เพราะย่าน Mong Kok มีร้านขายของเยอะแยะมากมาย
ไม่ว่าจะเป็นข้าวของใช้ของสาวๆ ที่ Ladie's Market บนถนน Tung Choi
รองเท้าและอุปกรณ์กีฬา สำหรับคุณผู้ชายที่ Fa Yuen Street
หรือจะเป็น อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า บนถนน Sai Yeung Choi ฯลฯ
เรียกได้ว่าเลือกช้อปกันได้ตามชอบ

แต่วันนี้เป็นวันหยุดคนเลยค่อนข้างจะเยอะ
ยิ่งช่วงเย็นๆ ที่มีการปิดถนนให้คนเดินหล่ะก็ คนยิ่งเยอะไปกันใหญ่

[ 306] กิน เที่ยว เรื่อยเปื่อย Hong Kong Day 1



ผู้คนขวักไขว่ในย่าน Mong Kok
มองไปทางไหนก็มีแต่คน คน แล้วก็คน

[ 306] กิน เที่ยว เรื่อยเปื่อย Hong Kong Day 1



แต่ร้านที่ทำให้เราสนใจได้เป็นอย่างดีคงหนีไม่พ้น
"ร้านขายของกิน" ริมฟุตบาทแบบนี้

อย่างร้านนี้มีทั้งพวกลูกชิ้น เต้าหู้ เหมือนโอเด้งของญี่ปุ่น
แต่ที่ทำให้เราสนใจก็เห็นจะเป็น "หนวดปลาหมึกย่าง" ที่หน้าตาน่ากินเชียว
... ต้องขอลองซักหน่อย

[ 306] กิน เที่ยว เรื่อยเปื่อย Hong Kong Day 1



ซื้อมาลองชิมก่อน 1 ไม้
ขอบอกว่ารสชาติ "อร่อยมากๆ" เสียดายว่าแพงไปหน่อย
ไม้เล็กนิดเดียว ไม้นึงตั้ง 10 HKD (~42 บ.-) แหน่ะ

[ 306] กิน เที่ยว เรื่อยเปื่อย Hong Kong Day 1



อีกอันที่ผ่านไปไม่ได้เลยต้องเดินเข้าไปดู
นั่นคือ "เต้าหู้เหม็น" ที่ส่งกลิ่นเหม็นตลบอบอวลอยู่ใกล้ๆ
อันนี้ขอบอกว่า กลิ่นเหม็นได้ใจจริงๆ

แต่ดูท่าว่าคงจะอร่อยมากเหมือนกัน เพราะเห็นคนยืนกินกันเยอะ
แต่อันนี้เราขอผ่าน เพราะกลิ่นมันเหม็นจนทนไม่ได้จริงๆ

[ 306] กิน เที่ยว เรื่อยเปื่อย Hong Kong Day 1



เดินเที่ยวเล่นย่าน Mong Kok จนเห็นสมควรแก่เวลา
เราก็ขึ้นรถ MTR กลับมาที่สถานี Tsim Sha Tsui กันเหมือนเดิม
เพราะคืนนี้เรามีนัดกับอ่าววิคตอเรีย
เพื่อมาดูโชว์แสงสีเสียง หรือ A Symphony of Lights (SOL)
ที่ริมอ่าวกันตอน 2 ทุ่ม(ของทุกคืน)

ระหว่างทางเดินไปจากสถานี MTR ไปยังอ่าววิคทอเรีย
ก็จะเจอร้านค้า Brandname ยั่วตายั่วใจแบบนี้แหล่ะ

[ 306] กิน เที่ยว เรื่อยเปื่อย Hong Kong Day 1



เดินมาถึงบริเวณอ่าว ระหว่างทางเดินเริ่มมีแสงสี
เลยเริ่มถ่ายรูปแก้มือกันซะหน่อย

ที่ "หอนาฬิกา" อีก 1 สัญลักษณ์ริมอ่าววิคทอเรีย
กับไอศครีม Mister Softee โคนละ 7 HKD (~29.4 บ.-)
ใครไปฮ่องกงอย่าลืมหาชิมกันดูนะจ๊ะ

[ 306] กิน เที่ยว เรื่อยเปื่อย Hong Kong Day 1



อย่างที่บอกว่าวันนี้เป็นวันหยุด เลยมีคนมารอดูชมการแสดงมากมาย
ไม่ว่าจะเป็นคนฮ่องกงเอง หรือนักท่องเที่ยวอย่างเราๆ

ก็แหม ... จะไม่ให้คนมาเยอะได้ยังไงหล่ะ
ก็มีทั้งการแสดงแสง สี เสียง (SOL) ดีๆ แบบฟรีๆ
ท่ามกลางอากาศเย็นๆ สบายๆ ลมโชยเบาๆ ริมอ่าววิคทอเรียยามค่ำ
... แค่นึกย้อนกลับไปก็มีความสุขแล้วหล่ะ

-:- A Symphony of Lights -:-
[ 306] กิน เที่ยว เรื่อยเปื่อย Hong Kong Day 1

[ 306] กิน เที่ยว เรื่อยเปื่อย Hong Kong Day 1

[ 306] กิน เที่ยว เรื่อยเปื่อย Hong Kong Day 1

[ 306] กิน เที่ยว เรื่อยเปื่อย Hong Kong Day 1



การแสดงใช้เวลา ~20 นาทีก็จบลง
พร้อมกับความประทับใจ

[ 306] กิน เที่ยว เรื่อยเปื่อย Hong Kong Day 1



เสร็จจากการชมการแสดงก็ไปหาอาหารค่ำทานกันดีกว่า
วันนี้เหนื่อยมากแล้ว ขนาดว่าไปกันมาไม่กี่ที่ แต่ขอบอกว่าเดินกันเยอะมากๆ แถมตื่นกันมาแต่เช้าอีก
เลยคิดว่าพาพ่อตัวดีไปกินอาหารที่ร้านแบบง่ายๆ ดีกว่า

"Yoshinoya" ร้าน Fast Food สัญชาติญี่ปุ่นที่หาได้ทั่วไปในฮ่องกง
ได้ดูรีวิวจากเวปไซต์แล้วเห็นว่าน่าสนใจเลยต้องไปลองซะหน่อย

ไปถึงร้านก็เดินไปสั่งที่หน้าเคาท์เตอร์กันได้เลย
ส่วนอาหารเค้าก็มีให้สั่งเป็นชุดๆ

พ่อตัวดีกับอาหารที่สั่งมา ดูหน้าฮีสิว่าเหนื่อยแค่ไหน
ถ้าพาไปเดินตามหาร้านอาหารสไตล์ฮ่องกงๆ อร่อยๆ หล่ะก็ สงสัยจะไม่รอด

[ 306] กิน เที่ยว เรื่อยเปื่อย Hong Kong Day 1



"ข้าวหน้าเนื้อ" อาหารขึ้นชื่อและเป็นอาหารแนะนำสุดอร่อย
ราคาชุดละ 29.9 HKD (~126 บ.-) ที่มาพร้อมมิโซซุป กับโค้ก 1 แก้ว

[ 306] กิน เที่ยว เรื่อยเปื่อย Hong Kong Day 1



ส่วน "ชาบู ชาบู เนื้อ" ของพ่อตัวดี
สนนราคาชุดละ 39.9 HKD (~168 บ.-)
ในชุดประกอบไปด้วย ชาบู 1 หม้อ, เส้นอุด้ง(หรือข้าว), เนื้อวัว 1 ถาด

[ 306] กิน เที่ยว เรื่อยเปื่อย Hong Kong Day 1



เป็นมื้ออร่อยอีก 1 มื้อ แถมประหยัดอีกต่างหาก
ใครไปฮ่องกง ลองไปหาชิมดูได้นะจ๊ะ ของเค้าอร่อยจริงๆ จ้า

ส่วนคืนนี้ขอตัวกลับไปพักผ่อนก่อน
เพราะ Hightlight ของทริปอยู่ที่วันพรุ่งนี้แล้ว
ไว้ตามไปดูกัน

.
.

** อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ณ 22 พ.ค. 53 **
1 HKG = 4.20 บ.-

     Share

<< [#305] Air Asia กับโปรตั๋ว 0 บ.- ที่สอยมาได้[#307] กิน เที่ยว เรื่อยเปื่อย @Hong Kong :: Day 2 >>

Posted on Thu 17 Feb 2011 15:10

 

 

 

[#311] Northern Trip :: Day 3 @Pai-Maehongson
[#310] Northern Trip :: Day 2 @Chiangmai-Pai
[#309] Northern Trip :: Day 1 @Chiangmai
[#308] กิน เที่ยว เรื่อยเปื่อย @Hong Kong :: Day 3
[#307] กิน เที่ยว เรื่อยเปื่อย @Hong Kong :: Day 2
[#306] กิน เที่ยว เรื่อยเปื่อย @Hong Kong :: Day 1
[#305] Air Asia กับโปรตั๋ว 0 บ.- ที่สอยมาได้
[#304] ในวันที่ฉันอยากร้องไห้
[#303] เตรียมตัวไปเที่ยว Hong Kong / Chiangmai / Pai
[#302] เปรี้ยวซ่า ... ฝ่าดงม็อบ
[#301] วันเหงาๆ กับบทน้องแจ๋วสุดเหนื่อย


Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 

If you wrote an article about life we'd all reach <a href="http://jghofrykyoi.com">ennnihtegmelt.</a>
Raynoch   
Mon 17 Oct 2016 16:43 [7]
 

This <a href="http://ptnvjb.com">inotdruces</a> a pleasingly rational point of view.
Greta   
Mon 17 Oct 2016 3:03 [6]
 

Rogue officers? Let me see. Yanks alternate between zombie like blind faith in government and complete lack of trust in same gomnenvert. I believe a cover story. A two pronged operation to introduce boots on ground and isolate potential trouble makers in general population (good or bad) as targets. Or officers going crazier than President.
Early   
Tue 11 Oct 2016 21:23 [5]
 

it&11kh#82ni;I think you missed my point. The distressed sellers are setting the current comps, which are lower. So the holdout sellers aren&#8217;t getting anything for holding out&#8211; prices are eroding beneath them. It is a slow process, to be sure, but it is happening.
Nelia   
Tue 11 Oct 2016 15:26 [4]
 

You ought to follow tried and tested procedures to shed pounds. By using search engines and databases found online you can easily find a few dozen beginner Baltimore Ravens jersey stores in easy guitar tab form to use for your practicing and learning needs. There are many reasons why people should use these versatile wholesale Baltimore Ravens jerseys. The materials used to found an cheap Louis Vuitton bag are often valued and the best Baltimore Ravens jersey sale denim bags come in many shapes, sizes and colours. Why not relate it to unemployment rate?
New Era Baseball San Diego Padres Stitched Fitted Lamp Hats 003   
Sat 28 Dec 2013 18:31 [3]
 

Professional Photo Editing Services at it's BESTWhy bother with all those complicated photo editing programs out there. Ginger tea is a good antidote for troubled stomach, and chamomile tea is known for its palliative Baltimore Ravens jersey sale to the body. Full Of Life Part On Business Hotels In Las Vegasindustry Wear5 billion for 6, 200 miles, or infelicitous. This full coverage protects the bank by ensuring that should your Baltimore Ravens jerseys get stolen or totaled, the bank loan will be paid off by the insurance. Autoresponder Pro SoftwareThe autoresponder pro software that you can find on the authentic Baltimore Ravens jerseys today offers some of the best autoresponder capabilities that you will find anywhere.
NFL Nike Men Critical Victory White T shirts   
Thu 26 Dec 2013 16:32 [2]
 

แหล่มเลยพี่ตุ๊กกกกก ท่าทางจะช้อปแหลกเลยงานนี้

น้องขอรับเกียรติตั้งชื่อ เสื้อพี่ตุ๊กตัวนี้ว่า .. "ดาวกระจายยยยย"
น้องเพื่อน   
Tue 1 Jun 2010 12:07 [1]

 

 

Theme by : tarn & youhowto