Bali 2009Hong Kong 2010Singapore 2010 (Universal Studios Singapore)Nan-Chiangmai 2010Chiangmai 2011Japan 2011Korea 2011
[#466] เชียงใหม่เจ้า :: #1 ทริปนี้ที่รอคอย
1-5 พ.ค. 2555เชียงใหม่เจ้าทริปที่ 3 ของปี อานิสงค์จากโปรโมชั่นตั๋ว 0 บาทของ Air Asia ที่จองไว้เมื่อวันที่ 1 มี.ค. ที่ผ่านมา(ปกติจองตั๋วโปรทีไรต้องรอกันอย่างน้อยก็ 7-8 เดือนแหน่ะ นี่รอ 2 เดือนก็ได้บินแล้ว)ตอนจองตั๋วโปรก็คิดว่า จะได้เที่ยวแบบถูกๆ เพราะจ่ายค่าตั๋วไปกลับไปแค่คนละ 214 บ.- เท่านั้นแต่ไปๆ มาๆ กลับกลายเป็นว่าค่าใช้จ่ายทั้งหมด มากกว่าทริปปกติที่ขับรถไปกันซะอีก :)นั่นก็เป็นเพราะว่า พอได้ตั๋วถูก เราก็เลยถือโอกาสเลือกที่พักที่ดีซะหน่อยหลังจากจองตั๋วเสร็จ ก็เลยหาข้อมูล ก่อนจะไปซื้อ Voucher ที่พักและรถเช่าในงานท่องเที่ยวครั้งที่ผ่านมาหลังจากทริปสิงคโปร์ ทริปนี้เลยกลายเป็นทริปที่เรารอคอยเลยก็ว่าได้เพราะนอกจากจะได้พักร้อนจริงๆ คือไปนอนพักผ่อนในที่พักสวยๆ บรรยากาศดีแล้วก็ยังจะได้เยียวยาจิตใจจากประสบการณ์แย่ๆ ในสิงคโปร์ที่ยังตามหลอกหลอนอยู่ไม่หายเลยอีกด้วยและแล้ว 2 อาทิตย์ที่รอคอยอย่างใจจดใจจ่อก็มาถึงซะที..วันอังคาร1 พ.ค. 2555สนามบินสุวรรณภูมิ - FD3428 - สนามบินเชียงใหม่ -เมืองเชียงใหม่ - ข้าวซอยลำดวนฟ้าฮ่าม - กาแฟวาวี สาขาปางช้างแม่สา -พราวภูฟ้า - วิลล่า #3 - โป่งแยงแอ่งดอยวันแรกของการเดินทางทริปนี้ เราเลือกที่จะเดินทางออกจากกรุงเทพฯ กันสายซะหน่อย คือราว 9 โมงเช้าเพราะว่าจะได้ไม่ต้องรีบออกจากบ้านไปสนามบินกันเช้านี้ เราเลยออกจากบ้านกันประมาณ 6 โมงครึ่ง 7 โมงกว่าๆ ก็ถืงสนามบินพอไปถึงก็ไปทำเรื่อง check-in และโหลดกระเป๋าสัมภาระ ก่อนจะไปทานข้าวเช้ากันที่ S&Pจะได้เวลา 09.10 น. สายการบิน Air Asia เที่ยวบินที่ FD3428 ก็พาเราออกเดินทางทริปนี้ เราพา ตือฮวนจัง ขึ้นเครื่องกับเรามาด้วย แถมวันนี้โชคดีที่ได้นั่งกันแค่ 2 คนระหว่างที่อยู่บนเครื่องเลยจับตือตื๊อมาถ่ายรูปด้วยซะเลยใช้เวลาเดินทางกันชั่วโมงนิดๆ เราก็มาถึงเชียงใหม่กันในเวลาราว 10 โมงครึ่งรับกระเป๋าที่สายพานเสร็จ ก็ไปจัดการเรื่องรถเช่ากันสำหรับทริปนี้ เราซื้อ Voucher รถเช่าของ Hertz มา เพราะว่าค่าเช่ารถต่อวันถูกที่สุด คือ 555 บ.ต่อวัน(คูปองอายุสั้น, ราคารวมประกันภัยชั้น 1 แบบมีค่าเสียหายส่วนแรก)ราคาสุทธิหลังหักส่วนลด (ซื้อ 6 แถม 1) จ่ายเพิ่มค่าประกันภัยชั้น 1 แบบไม่มีค่าเสียหายส่วนแรก (214 บ.-ต่อวัน)และบวกค่าธรรมเนียมใช้รถวันหยุด 3 วันจาก 5 วัน (390 บ.-ต่อวัน)ราคาเช่ารถจะอยู่ที่ประมาณ 900 บ.-ต่อวัน (ไม่รวมค่าน้ำมัน)ข้อดี ของการใช้รถเช่ายี่ห้อนี้หลังจากเปรียบเทียบกับบริษัทอื่นๆ คือ รับส่งรถได้ตามเวลาของ flight ที่เราบินโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม ในขณะที่หลายๆ บริษัทจะคิดค่าบริการเพิ่มแต่ข้อเสียที่เพิ่งมารู้ตอนรับรถและอาจจะทำให้ไม่ใช้บริการอีก ก็คือประกันภัยชั้น 1 ที่ซื้อไปเพิ่มดันไม่รวมกรณีรถหายซึ่งกรณีนี่จะต่างจากของบริษัทอื่น อย่าง Avis กับ Northwheel ที่เคยเช่ามาประกันภัยชั้น 1 ที่จ่ายเพิ่มไป จะรวมกรณีรถหายด้วยคือถ้ารถหาย แต่กุญแจและบัตรจอดรถยังอยู่ที่ตัว เราก็ไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่มซักบาทแต่ของ Hertz เราต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนนี้ถึง 30,000 บ.- เลยทีเดียว..จัดการเรื่องรถเช่าเรียบร้อย ก็เริ่มหิวพอออกจากสนามบิน เราก็เลยชวนกันไปทานอาหารพื้นเมืองกันก่อนจะไปที่โรงแรมกันสำหรับร้านแรกที่เราไปทานกันก็คือ ร้านข้าวซอยลำดวนฟ้าฮ่ามที่ตั้งที่อยู่ถนนเจริญราษฎร์ ใกล้ๆ กับวัดฟ้าฮ่ามนี่เองผ่านร้านนี้มาก็หลายครั้ง แต่ไม่เคยแวะทานกันเลยวันนี้เลยขอลองทานกันดูซะหน่อยว่าจะอร่อยสู้ร้านข้าวซอยเสมอใจฟ้าฮ่ามที่อยู่ใกล้ๆ กันแล้วก็เป็นร้านประจำเราได้หรือเปล่าในร้านมีอาหารพื้นเมืองหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นข้าวซอย ขนมจีนน้ำเงี๊ยว น้ำพริกหนุ่ม น้ำพริกอ่อง ไส้อั่ว แล้วก็หมูสะเต๊ะเราเลยลองสั่งมาทานกันอย่างละนิดละหน่อยเมนูแรกเป็น กุ้งฝอยทอดกรอบ (ชุดละ 20 บ.-) รสชาติกรอบ อร่อยใช้ได้เมนูต่อมา ไส้อั่ว (จานละ 30-40 บ.-) เนื้อแน่น แต่รสชาติอ่อนไปซะหน่อยเมนูสุดท้ายเป็น ข้าวซอยเนื้อ (30-40 บ.-) กลิ่นหอม แต่รสชาติไม่ค่อยเข้มข้นซักเท่าไหร่หลังจากชิมแล้ว ต้องบอกว่ารสชาติของอาหารร้านนี้ก็อร่อยใช้ได้นะแต่เรา 2 คนเห็นตรงกันว่า ชอบรสชาติอาหาร และบรรยากาศที่ร้านข้าวซอยเสมอใจมากกว่าจ้ะอิ่มแล้ว เดินทางออกนอกเมืองเพื่อไปที่โรงแรมกันเลยดีกว่าครั้งนี้เราเลือกพักโรงแรมใน อ.แม่ริม กันเหมือนครั้งที่แล้ว เพราะยังติดใจในธรรมชาติและบรรยากาศกันอยู่ซึ่งจะว่าไป อ.แม่ริม นี้ ก็ถือว่าอยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ไม่มากนัก ด้วยระยะห่างเพียงประมาณ 30-40 กม. เท่านั้นแต่ความเป็นธรรมชาติยังคงสมบูรณ์อยู่มากเลยทีเดียวจุดหมายแรกบนเส้นทางหลวงหมายเลข 1096 แม่ริม-สะเมิงก็คือ ร้านกาแฟวาวี สาขาปางช้างแม่สาร้านกาแฟบรรยากาศดีๆ อีกที่ที่ไม่ควรพลาดนั่งจิบกาแฟยามบ่ายพร้อมทอดสายตาดูธรรมชาติรอบๆ ตัว กับหนังสือเล่มโปรดแค่นี้ก็มีความสุขแล้วนั่งจิบกาแฟกันจนเกือบลืมดูเวลาก็เลยชวนกันเดินทางต่อ เพื่อไป check-in ที่โรงแรมที่พักของเราในคืนแรกกันดีกว่าสำหรับทริปนี้ เราจองที่พักมาถึง 3 แห่ง และเราจะพักที่แม่ริมกัน 2 คืนสำหรับที่พักใน อ.แม่ริม ของเราในทริปนี้ก็คือvv@ พราวภูฟ้า | Proud Phu Fah @97/5 หมู่ 1 ถ.แม่ริม-สะเมิง (กม.18) ต.โป่งแยง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่โทร.. 053-879-389, 053-879-286, 053-879-118, 081-647-7437 โทรสาร. 053-879-286Website : http://www.proudphufah.comเราดูรีวิวที่พักนี้จากหลายๆ รีวิว แล้วก็ตกลงใจเลือกมาพักที่นี่ แล้วก็ไม่ผิดหวังจริงๆเพราะพราวภูฟ้าเป็นรีสอร์ทที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ มีความร่มรื่น และเขียวขจี เหมาะกับการพักผ่อนจริงๆสำหรับที่พักของที่นี่ เดิมมีเพียงวิลล่า 9 หลังเท่านั้น คือ วิลล่า #1-9โดยวิลล่าแต่ละหลังก็จะมีจุดเด่นตรงที่มีการตกแต่งที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวแตกต่างกันไปเช่น โทนสีของห้อง รูปแบบเตียง หรือโคมไฟ เป็นต้น(ปัจจุบันมีการสร้างส่วนของอาคารโรงแรมเพิ่มเติม และกำลังจะเปิดให้บริการ)ตอนที่ดูรีวิวและรูปห้องจากรีวิวต่างๆ รวมทั้งเวปไซต์ของโรงแรมเองก็ทำให้ตัดสินใจลำบากมาก ว่าจะเลือกพักห้องไหนดี เพราะแต่ละห้องก็สวยต่างกันไปแต่สุดท้ายก็ตัดสินว่าจะจองห้องวิลล่าหมายเลข 6เพราะเห็นว่าเป็นห้องที่นักท่องเที่ยวนิยมไปพักกันมากทีสุดตอนที่ไปซื้อ voucher และจองห้องพัก ก็แจ้งหมายเลขห้องกับน้องที่บู้ทไปตามนี้แต่น้องแนะนำว่า ถ้าหากเราอยากใช้เวลาส่วนใหญ่พักผ่อนอยู่ที่ห้อง วิลล่า #3 น่าจะเหมาะกับเรามากกว่าพอได้เข้าพัก และลองเดินไปดูวิลล่าหลังอื่นๆ แล้วก็ต้องบอกว่า ไม่ผิดหวังจริงๆเพราะนอกจากห้องจะสวยแล้ว ก็ยังมีความเป็นส่วนตัวมากกว่าหลังอื่นๆนอกจากนี้ ยังสามารถเดินลงไปเล่นในธารน้ำเล็กๆ หลังห้องพักได้อีกด้วย(สำหรับรีวิวห้องพักฉบับเต็ม จะแยกไปเขียนอีกตอนนะคะ)บรรยากาศภายในห้องหลังจากเข้าห้องและถ่ายรูปห้องในมุมต่างๆ เรียบร้อยก็ได้เวลาพักผ่อนนั่งเล่น นอนเล่น กันไปตามประสาอากาศเย็นๆ แสนสบาย และมีความสุข สมกับเป็นทริปที่รอคอยจริงๆจนถึงช่วงเย็นๆ ก็ออกไปเดินสำรวจรอบๆ โรงแรมกันซะหน่อยพราวภูฟ้า มีเนื้อที่พอสมควร แต่ก็ไม่ถึงกับกว้างหรือใหญ่เท่าไหร่นักแต่ก็มีที่ให้เดินเล่น นั่งเล่นได้สบายๆมองไปทางไหนก็เขียว สบายตาเดินเล่นกันซักพัก ก็เจอกับน้องกระต่ายที่ทางรีสอร์ทเลี้ยงไว้อย่างอิสระ เห็นว่ามีทั้งหมด 4 ตัว แต่ตัวนี้เป็นตัวเดียวที่เข้ามาใกล้ตัวที่สุด รู้สึกว่าเค้าจะเจ็บขาด้วย เลยกระโดดได้ช้าเราพยายามเรียกแล้ว แต่เค้าไม่เข้ามาหาพนง. เลยยื่นใบไม้มาให้ล่อน้องกระต่ายเข้ามากินแบบนี้แรกๆ น้องกระต่ายคงกลัว เลยไม่กล้าเข้ามาหาแต่ซักพักก็ยอมเข้ามากินใบไม้แบบนี้เห็นเค้าค่อยๆ ชินแล้ว ก็เลยคืบคลานเข้าไปหาน่ารักจัง :)เล่นกับน้องกระต่ายซักพักก็เดินถ่ายรูปเล่นต่อกันอีกหน่อยแล้วก็ออกไปหาอาหารเย็นอร่อยๆ หม่ำกันดีกว่าจากพราวภูฟ้าออกมาประมาณ 4 กม. เราก็มาถึงร้านอาหารvv@ โป่งแยงแอ่งดอย | Pong Yang Ang Doi @49/3 หมู่2 โป่งแยงแอ่งดอยรีสอร์ท ถ.แม่ริม-สะเมิง ต.โป่งแยง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่โทร. 053-879-151-3ทริปนี้เน้นเรื่องอาหารการกินกับที่พักเป็นหลัก เรียกว่า "พักดี กินดี อาหารอร่อย"ก่อนมาเชียงใหม่ จัดการเรื่องที่พักเรียบร้อย ก็เลยหาข้อมูลร้านอาหารอร่อยๆ ที่เป็นร้านแนะนำของเชียงใหม่แล้วก็ตั้งใจว่าจะพยายามไปลองชิมให้หมดทุกร้านให้ได้แต่จะว่าไป โป่งแยงแอ่งดอย ก็เป็นร้านที่อยู่ในลิสต์ร้านอาหารแนะนำของเรามานานแล้วเพียงแต่ว่า ยังไม่มีโอกาสได้มาลองชิมก็เท่านั้นเองซึ่งนอกจากจะเป็นร้านอาหารชื่อดังแล้ว ที่นี่ก็ยังเป็นรีสอร์ทที่พักอีกด้วยบรรยากาศด้านในร้านอาหารร่มรื่น สงบ ลมพัดเย็นสบาย แถมด้วยเสียงน้ำตกคอยขับกล่อมพาเจ้าลูกชายสุดที่รักมาด้วยอีกแล้วมาเชียงใหม่ทั้งที ตั้งใจว่าจะกินอาหารเหนือให้เบื่อกันไปเลยเมนูแรกของเราเลยหนีไม่พ้น ออเดิร์ฟเมือง ที่ประกอบไปด้วยไส้อั่ว แหนม หมูยอแคปหมู น้ำพริกอ่อง และผัดลวก(ทำใบเสร็จหาย เลยจำราคาอาหารไม่ได้แล้วนะคะ)ตามด้วย เนื้อเชอร์ลอยด์ย่างจิ้มแจ่ว เนื้อนุ่มมากๆ แถมย่างได้พอดี หอมอร่อยสุดๆเมนูต่อมา ต้มยำขาหมูใบชะมวง เปรี้ยวๆ แซบๆต่อด้วย หมูแดดเดียวทอด กรอบๆและเมนูสุดท้าย แมงกระพรุนน้ำมันงา กรุบๆ กรอบๆ แล้วก็หอมน้ำมันงาสุดๆนอกจากร้านนี้จะบรรยากาศดีแล้ว รสชาติอาหารก็อร่อยสุดๆ อีกด้วยเรียกว่าอร่อยทุกอย่าง อร่อยทุกจานจริงๆฮวนจังชวนชิม ขอยกให้เป็นร้านอร่อยที่ไม่ควรพลาด ต้องไปชิมให้ได้เลยนะคะ :)อิ่มอร่อยแล้ว ก็ขอนั่งเล่นผึ่งพุงแล้วก็ถ่ายรูปกันต่ออีกซักหน่อยจากนั้นก็กลับไปพักผ่อนกันต่อกลับถึงที่พัก อากาศเย็นๆ เลยเผลอหลับกันไปทั้ง 2 คนตายายกว่าจะตื่น ครัวของรีสอร์ทก็ปิดซะแล้วบรรยากาศห้องอาหารยามค่ำก็เลยนั่งเล่นจิบกาแฟกันอีกพักใหญ่แล้วถึงได้ขับรถออกไปหาซื้ออะไรกลับมาทานกันจากรีสอร์ท ขับรถไปเรื่อยๆ แค่ 2 ทุ่มกว่าๆ แต่ร้านรวงในแถบนี้ก็ปิดกันหมดแล้วเลยต้องขับออกไปที่ 7-eleven ที่อยู่เกือบถึงปากทางตรงแยกแม่ริม เพื่อหาซื้ออะไรมาทานกันก่อนจะกลับมาอาบน้ำ นั่งเล่นฟังเสียงหรีดหริ่งเรไรและเสียงน้ำไหลหลังห้องแล้วก็เปิดหนังเรื่อง 30 ยังแจ๋วดูกันต่อ กว่าจะได้หลับก็ปาไปตีหนึ่งกว่าๆ แล้วคืนนี้ขอตัวไปนอนก่อนดีกว่าฝันดี ราตรีสวัสดิ์ ณ พราวภูฟ้า จ.เชียงใหม่Charge your energy and ready to be "New You" again!!! Tweet Share << [#465] 4th Time in Singapore :: #5 Superior Bay View Room @Novotel Singapore Clarke Quay >>
1-5 พ.ค. 2555เชียงใหม่เจ้าทริปที่ 3 ของปี อานิสงค์จากโปรโมชั่นตั๋ว 0 บาทของ Air Asia ที่จองไว้เมื่อวันที่ 1 มี.ค. ที่ผ่านมา(ปกติจองตั๋วโปรทีไรต้องรอกันอย่างน้อยก็ 7-8 เดือนแหน่ะ นี่รอ 2 เดือนก็ได้บินแล้ว)ตอนจองตั๋วโปรก็คิดว่า จะได้เที่ยวแบบถูกๆ เพราะจ่ายค่าตั๋วไปกลับไปแค่คนละ 214 บ.- เท่านั้นแต่ไปๆ มาๆ กลับกลายเป็นว่าค่าใช้จ่ายทั้งหมด มากกว่าทริปปกติที่ขับรถไปกันซะอีก :)นั่นก็เป็นเพราะว่า พอได้ตั๋วถูก เราก็เลยถือโอกาสเลือกที่พักที่ดีซะหน่อยหลังจากจองตั๋วเสร็จ ก็เลยหาข้อมูล ก่อนจะไปซื้อ Voucher ที่พักและรถเช่าในงานท่องเที่ยวครั้งที่ผ่านมาหลังจากทริปสิงคโปร์ ทริปนี้เลยกลายเป็นทริปที่เรารอคอยเลยก็ว่าได้เพราะนอกจากจะได้พักร้อนจริงๆ คือไปนอนพักผ่อนในที่พักสวยๆ บรรยากาศดีแล้วก็ยังจะได้เยียวยาจิตใจจากประสบการณ์แย่ๆ ในสิงคโปร์ที่ยังตามหลอกหลอนอยู่ไม่หายเลยอีกด้วยและแล้ว 2 อาทิตย์ที่รอคอยอย่างใจจดใจจ่อก็มาถึงซะที..วันอังคาร1 พ.ค. 2555สนามบินสุวรรณภูมิ - FD3428 - สนามบินเชียงใหม่ -เมืองเชียงใหม่ - ข้าวซอยลำดวนฟ้าฮ่าม - กาแฟวาวี สาขาปางช้างแม่สา -พราวภูฟ้า - วิลล่า #3 - โป่งแยงแอ่งดอยวันแรกของการเดินทางทริปนี้ เราเลือกที่จะเดินทางออกจากกรุงเทพฯ กันสายซะหน่อย คือราว 9 โมงเช้าเพราะว่าจะได้ไม่ต้องรีบออกจากบ้านไปสนามบินกันเช้านี้ เราเลยออกจากบ้านกันประมาณ 6 โมงครึ่ง 7 โมงกว่าๆ ก็ถืงสนามบินพอไปถึงก็ไปทำเรื่อง check-in และโหลดกระเป๋าสัมภาระ ก่อนจะไปทานข้าวเช้ากันที่ S&Pจะได้เวลา 09.10 น. สายการบิน Air Asia เที่ยวบินที่ FD3428 ก็พาเราออกเดินทางทริปนี้ เราพา ตือฮวนจัง ขึ้นเครื่องกับเรามาด้วย แถมวันนี้โชคดีที่ได้นั่งกันแค่ 2 คนระหว่างที่อยู่บนเครื่องเลยจับตือตื๊อมาถ่ายรูปด้วยซะเลยใช้เวลาเดินทางกันชั่วโมงนิดๆ เราก็มาถึงเชียงใหม่กันในเวลาราว 10 โมงครึ่งรับกระเป๋าที่สายพานเสร็จ ก็ไปจัดการเรื่องรถเช่ากันสำหรับทริปนี้ เราซื้อ Voucher รถเช่าของ Hertz มา เพราะว่าค่าเช่ารถต่อวันถูกที่สุด คือ 555 บ.ต่อวัน(คูปองอายุสั้น, ราคารวมประกันภัยชั้น 1 แบบมีค่าเสียหายส่วนแรก)ราคาสุทธิหลังหักส่วนลด (ซื้อ 6 แถม 1) จ่ายเพิ่มค่าประกันภัยชั้น 1 แบบไม่มีค่าเสียหายส่วนแรก (214 บ.-ต่อวัน)และบวกค่าธรรมเนียมใช้รถวันหยุด 3 วันจาก 5 วัน (390 บ.-ต่อวัน)ราคาเช่ารถจะอยู่ที่ประมาณ 900 บ.-ต่อวัน (ไม่รวมค่าน้ำมัน)ข้อดี ของการใช้รถเช่ายี่ห้อนี้หลังจากเปรียบเทียบกับบริษัทอื่นๆ คือ รับส่งรถได้ตามเวลาของ flight ที่เราบินโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม ในขณะที่หลายๆ บริษัทจะคิดค่าบริการเพิ่มแต่ข้อเสียที่เพิ่งมารู้ตอนรับรถและอาจจะทำให้ไม่ใช้บริการอีก ก็คือประกันภัยชั้น 1 ที่ซื้อไปเพิ่มดันไม่รวมกรณีรถหายซึ่งกรณีนี่จะต่างจากของบริษัทอื่น อย่าง Avis กับ Northwheel ที่เคยเช่ามาประกันภัยชั้น 1 ที่จ่ายเพิ่มไป จะรวมกรณีรถหายด้วยคือถ้ารถหาย แต่กุญแจและบัตรจอดรถยังอยู่ที่ตัว เราก็ไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่มซักบาทแต่ของ Hertz เราต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนนี้ถึง 30,000 บ.- เลยทีเดียว..จัดการเรื่องรถเช่าเรียบร้อย ก็เริ่มหิวพอออกจากสนามบิน เราก็เลยชวนกันไปทานอาหารพื้นเมืองกันก่อนจะไปที่โรงแรมกันสำหรับร้านแรกที่เราไปทานกันก็คือ ร้านข้าวซอยลำดวนฟ้าฮ่ามที่ตั้งที่อยู่ถนนเจริญราษฎร์ ใกล้ๆ กับวัดฟ้าฮ่ามนี่เองผ่านร้านนี้มาก็หลายครั้ง แต่ไม่เคยแวะทานกันเลยวันนี้เลยขอลองทานกันดูซะหน่อยว่าจะอร่อยสู้ร้านข้าวซอยเสมอใจฟ้าฮ่ามที่อยู่ใกล้ๆ กันแล้วก็เป็นร้านประจำเราได้หรือเปล่าในร้านมีอาหารพื้นเมืองหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นข้าวซอย ขนมจีนน้ำเงี๊ยว น้ำพริกหนุ่ม น้ำพริกอ่อง ไส้อั่ว แล้วก็หมูสะเต๊ะเราเลยลองสั่งมาทานกันอย่างละนิดละหน่อยเมนูแรกเป็น กุ้งฝอยทอดกรอบ (ชุดละ 20 บ.-) รสชาติกรอบ อร่อยใช้ได้เมนูต่อมา ไส้อั่ว (จานละ 30-40 บ.-) เนื้อแน่น แต่รสชาติอ่อนไปซะหน่อยเมนูสุดท้ายเป็น ข้าวซอยเนื้อ (30-40 บ.-) กลิ่นหอม แต่รสชาติไม่ค่อยเข้มข้นซักเท่าไหร่หลังจากชิมแล้ว ต้องบอกว่ารสชาติของอาหารร้านนี้ก็อร่อยใช้ได้นะแต่เรา 2 คนเห็นตรงกันว่า ชอบรสชาติอาหาร และบรรยากาศที่ร้านข้าวซอยเสมอใจมากกว่าจ้ะอิ่มแล้ว เดินทางออกนอกเมืองเพื่อไปที่โรงแรมกันเลยดีกว่าครั้งนี้เราเลือกพักโรงแรมใน อ.แม่ริม กันเหมือนครั้งที่แล้ว เพราะยังติดใจในธรรมชาติและบรรยากาศกันอยู่ซึ่งจะว่าไป อ.แม่ริม นี้ ก็ถือว่าอยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ไม่มากนัก ด้วยระยะห่างเพียงประมาณ 30-40 กม. เท่านั้นแต่ความเป็นธรรมชาติยังคงสมบูรณ์อยู่มากเลยทีเดียวจุดหมายแรกบนเส้นทางหลวงหมายเลข 1096 แม่ริม-สะเมิงก็คือ ร้านกาแฟวาวี สาขาปางช้างแม่สาร้านกาแฟบรรยากาศดีๆ อีกที่ที่ไม่ควรพลาดนั่งจิบกาแฟยามบ่ายพร้อมทอดสายตาดูธรรมชาติรอบๆ ตัว กับหนังสือเล่มโปรดแค่นี้ก็มีความสุขแล้วนั่งจิบกาแฟกันจนเกือบลืมดูเวลาก็เลยชวนกันเดินทางต่อ เพื่อไป check-in ที่โรงแรมที่พักของเราในคืนแรกกันดีกว่าสำหรับทริปนี้ เราจองที่พักมาถึง 3 แห่ง และเราจะพักที่แม่ริมกัน 2 คืนสำหรับที่พักใน อ.แม่ริม ของเราในทริปนี้ก็คือvv@ พราวภูฟ้า | Proud Phu Fah @97/5 หมู่ 1 ถ.แม่ริม-สะเมิง (กม.18) ต.โป่งแยง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่โทร.. 053-879-389, 053-879-286, 053-879-118, 081-647-7437 โทรสาร. 053-879-286Website : http://www.proudphufah.comเราดูรีวิวที่พักนี้จากหลายๆ รีวิว แล้วก็ตกลงใจเลือกมาพักที่นี่ แล้วก็ไม่ผิดหวังจริงๆเพราะพราวภูฟ้าเป็นรีสอร์ทที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ มีความร่มรื่น และเขียวขจี เหมาะกับการพักผ่อนจริงๆสำหรับที่พักของที่นี่ เดิมมีเพียงวิลล่า 9 หลังเท่านั้น คือ วิลล่า #1-9โดยวิลล่าแต่ละหลังก็จะมีจุดเด่นตรงที่มีการตกแต่งที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวแตกต่างกันไปเช่น โทนสีของห้อง รูปแบบเตียง หรือโคมไฟ เป็นต้น(ปัจจุบันมีการสร้างส่วนของอาคารโรงแรมเพิ่มเติม และกำลังจะเปิดให้บริการ)ตอนที่ดูรีวิวและรูปห้องจากรีวิวต่างๆ รวมทั้งเวปไซต์ของโรงแรมเองก็ทำให้ตัดสินใจลำบากมาก ว่าจะเลือกพักห้องไหนดี เพราะแต่ละห้องก็สวยต่างกันไปแต่สุดท้ายก็ตัดสินว่าจะจองห้องวิลล่าหมายเลข 6เพราะเห็นว่าเป็นห้องที่นักท่องเที่ยวนิยมไปพักกันมากทีสุดตอนที่ไปซื้อ voucher และจองห้องพัก ก็แจ้งหมายเลขห้องกับน้องที่บู้ทไปตามนี้แต่น้องแนะนำว่า ถ้าหากเราอยากใช้เวลาส่วนใหญ่พักผ่อนอยู่ที่ห้อง วิลล่า #3 น่าจะเหมาะกับเรามากกว่าพอได้เข้าพัก และลองเดินไปดูวิลล่าหลังอื่นๆ แล้วก็ต้องบอกว่า ไม่ผิดหวังจริงๆเพราะนอกจากห้องจะสวยแล้ว ก็ยังมีความเป็นส่วนตัวมากกว่าหลังอื่นๆนอกจากนี้ ยังสามารถเดินลงไปเล่นในธารน้ำเล็กๆ หลังห้องพักได้อีกด้วย(สำหรับรีวิวห้องพักฉบับเต็ม จะแยกไปเขียนอีกตอนนะคะ)บรรยากาศภายในห้องหลังจากเข้าห้องและถ่ายรูปห้องในมุมต่างๆ เรียบร้อยก็ได้เวลาพักผ่อนนั่งเล่น นอนเล่น กันไปตามประสาอากาศเย็นๆ แสนสบาย และมีความสุข สมกับเป็นทริปที่รอคอยจริงๆจนถึงช่วงเย็นๆ ก็ออกไปเดินสำรวจรอบๆ โรงแรมกันซะหน่อยพราวภูฟ้า มีเนื้อที่พอสมควร แต่ก็ไม่ถึงกับกว้างหรือใหญ่เท่าไหร่นักแต่ก็มีที่ให้เดินเล่น นั่งเล่นได้สบายๆมองไปทางไหนก็เขียว สบายตาเดินเล่นกันซักพัก ก็เจอกับน้องกระต่ายที่ทางรีสอร์ทเลี้ยงไว้อย่างอิสระ เห็นว่ามีทั้งหมด 4 ตัว แต่ตัวนี้เป็นตัวเดียวที่เข้ามาใกล้ตัวที่สุด รู้สึกว่าเค้าจะเจ็บขาด้วย เลยกระโดดได้ช้าเราพยายามเรียกแล้ว แต่เค้าไม่เข้ามาหาพนง. เลยยื่นใบไม้มาให้ล่อน้องกระต่ายเข้ามากินแบบนี้แรกๆ น้องกระต่ายคงกลัว เลยไม่กล้าเข้ามาหาแต่ซักพักก็ยอมเข้ามากินใบไม้แบบนี้เห็นเค้าค่อยๆ ชินแล้ว ก็เลยคืบคลานเข้าไปหาน่ารักจัง :)เล่นกับน้องกระต่ายซักพักก็เดินถ่ายรูปเล่นต่อกันอีกหน่อยแล้วก็ออกไปหาอาหารเย็นอร่อยๆ หม่ำกันดีกว่าจากพราวภูฟ้าออกมาประมาณ 4 กม. เราก็มาถึงร้านอาหารvv@ โป่งแยงแอ่งดอย | Pong Yang Ang Doi @49/3 หมู่2 โป่งแยงแอ่งดอยรีสอร์ท ถ.แม่ริม-สะเมิง ต.โป่งแยง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่โทร. 053-879-151-3ทริปนี้เน้นเรื่องอาหารการกินกับที่พักเป็นหลัก เรียกว่า "พักดี กินดี อาหารอร่อย"ก่อนมาเชียงใหม่ จัดการเรื่องที่พักเรียบร้อย ก็เลยหาข้อมูลร้านอาหารอร่อยๆ ที่เป็นร้านแนะนำของเชียงใหม่แล้วก็ตั้งใจว่าจะพยายามไปลองชิมให้หมดทุกร้านให้ได้แต่จะว่าไป โป่งแยงแอ่งดอย ก็เป็นร้านที่อยู่ในลิสต์ร้านอาหารแนะนำของเรามานานแล้วเพียงแต่ว่า ยังไม่มีโอกาสได้มาลองชิมก็เท่านั้นเองซึ่งนอกจากจะเป็นร้านอาหารชื่อดังแล้ว ที่นี่ก็ยังเป็นรีสอร์ทที่พักอีกด้วยบรรยากาศด้านในร้านอาหารร่มรื่น สงบ ลมพัดเย็นสบาย แถมด้วยเสียงน้ำตกคอยขับกล่อมพาเจ้าลูกชายสุดที่รักมาด้วยอีกแล้วมาเชียงใหม่ทั้งที ตั้งใจว่าจะกินอาหารเหนือให้เบื่อกันไปเลยเมนูแรกของเราเลยหนีไม่พ้น ออเดิร์ฟเมือง ที่ประกอบไปด้วยไส้อั่ว แหนม หมูยอแคปหมู น้ำพริกอ่อง และผัดลวก(ทำใบเสร็จหาย เลยจำราคาอาหารไม่ได้แล้วนะคะ)ตามด้วย เนื้อเชอร์ลอยด์ย่างจิ้มแจ่ว เนื้อนุ่มมากๆ แถมย่างได้พอดี หอมอร่อยสุดๆเมนูต่อมา ต้มยำขาหมูใบชะมวง เปรี้ยวๆ แซบๆต่อด้วย หมูแดดเดียวทอด กรอบๆและเมนูสุดท้าย แมงกระพรุนน้ำมันงา กรุบๆ กรอบๆ แล้วก็หอมน้ำมันงาสุดๆนอกจากร้านนี้จะบรรยากาศดีแล้ว รสชาติอาหารก็อร่อยสุดๆ อีกด้วยเรียกว่าอร่อยทุกอย่าง อร่อยทุกจานจริงๆฮวนจังชวนชิม ขอยกให้เป็นร้านอร่อยที่ไม่ควรพลาด ต้องไปชิมให้ได้เลยนะคะ :)อิ่มอร่อยแล้ว ก็ขอนั่งเล่นผึ่งพุงแล้วก็ถ่ายรูปกันต่ออีกซักหน่อยจากนั้นก็กลับไปพักผ่อนกันต่อกลับถึงที่พัก อากาศเย็นๆ เลยเผลอหลับกันไปทั้ง 2 คนตายายกว่าจะตื่น ครัวของรีสอร์ทก็ปิดซะแล้วบรรยากาศห้องอาหารยามค่ำก็เลยนั่งเล่นจิบกาแฟกันอีกพักใหญ่แล้วถึงได้ขับรถออกไปหาซื้ออะไรกลับมาทานกันจากรีสอร์ท ขับรถไปเรื่อยๆ แค่ 2 ทุ่มกว่าๆ แต่ร้านรวงในแถบนี้ก็ปิดกันหมดแล้วเลยต้องขับออกไปที่ 7-eleven ที่อยู่เกือบถึงปากทางตรงแยกแม่ริม เพื่อหาซื้ออะไรมาทานกันก่อนจะกลับมาอาบน้ำ นั่งเล่นฟังเสียงหรีดหริ่งเรไรและเสียงน้ำไหลหลังห้องแล้วก็เปิดหนังเรื่อง 30 ยังแจ๋วดูกันต่อ กว่าจะได้หลับก็ปาไปตีหนึ่งกว่าๆ แล้วคืนนี้ขอตัวไปนอนก่อนดีกว่าฝันดี ราตรีสวัสดิ์ ณ พราวภูฟ้า จ.เชียงใหม่Charge your energy and ready to be "New You" again!!!
Tweet Share
Posted on Fri 18 May 2012 17:39
[#466] เชียงใหม่เจ้า :: #1 ทริปนี้ที่รอคอย[#465] 4th Time in Singapore :: #5 Superior Bay View Room @Novotel Singapore Clarke Quay[#464] 4th Time in Singapore :: #4 เก็บตกก่อนกลับ[#463] 4th Time in Singapore :: #3 The Shoppes @Marina Bay Sands[#462] 4th Time in Singapore :: #2 Universal Studios Singapore[#461] 4th Time in Singapore :: #1 ตามหาไก่ย่าง Nandos แสนอร่อย!!!
Name : Email : URL : Comment : กรอกตัวเลขก่อนส่ง
ปลื้มกับไดพี่ตุ๊กจริงๆค่ะ^_^ ขอบคุณที่แชร์ทุกอย่างล้วนมีประโยชน์กับคนที่จะไปเที่ยวเป็นอย่างมากค่ะ Noi Sat 19 May 2012 1:17 [5] ที่พักเริ่ดมากจ้ะน้องตุ๊ก พี่อยากไปบ้างจัง ^^ ที่โป่งแยงแอ่งดอยนี่ก็เป็นอีกหนึ่งร้านอาหารในดวงใจพี่เลยค่ะ เพราะวิวสวย อาหารอร่อยด้วยเนอะ :))) Fri 18 May 2012 22:30 [4] ที่พักน่าไปนอนกลิ้งมากๆเลยค่ะ อาหารก็น่าทาน รีบจดลง list ด่วนๆเลยคร๊า ^^ Fri 18 May 2012 21:24 [3] อ่านไดคุณตุ๊ก ทีไร สนุก น่าไปเที่ยวจิงๆๆเลย ps. กิ๊กเองจ้า เด๋วนี้ไม่ไ้ด้เล่นเฟสแล้วเลยแวบมาทักทายที่นี่จ้า Giggs Fri 18 May 2012 21:24 [2] เปิ้ลจองตํวโปรหางแดงไว้ตั้งแต่ปีที่แล้ว เดินทาง 17-19 พ.ค. นี้ค่ะ แต่ก็ต้องมีเหตุ ทำให้ไม่ได้ไป เสียใจมากมาย ยิ่งเห็นทริปพี่ตุ๊ก ยิ่งอยากไปอ่ะ รอดูหน้าต่อไปนะคะ ^^ ปล. พราวภูฟ้า สวยดีนะคะ โป่งแยงแอ่งดอย ก็น่าไปม๊ากกกก รอบหน้าต้องไม่พลาด เชียงใหม่เจ้า ^^ Romanticpanda Fri 18 May 2012 21:23 [1]
Theme by : tarn & youhowto